การผลิตยางพาราแบบใหม่โดยไม่ใช้สารจับตัวยางพาราเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มเปอร์เซ็นต์เนื้อยางพาราอย่างยั่งยืน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พินิตนันท์ ปงลังกา, รัชชานนท์ เมธีสิทธิกุล, บัญฑิตา ปิสโน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กีรติ ทะเย็น

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ปัจจุบันยางพาราเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย แต่การผลิตยางพาราจะมีต้นทุนการผลิตสูงในด้านการใช้สารจับตัวยางพารา ได้แก่ กรดฟอร์มิก โดยเกษตรกรจะเสียเงินค่ากรดฟอร์มิกไร่ละ 30,000 บาทต่อไร่ต่อปี

อีกทั้งสารดังกล่าวส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกร เพราะกรดฟอร์มิกจะกัดกร่อนผิวหนัง และกระเด็นเข้าสู่ตา นอกจากนี้สารดังกล่าวยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่อยางพาราแข็งตัวแล้วจะเหลือน้ำเสียที่มีฤทธิ์เป็นกรด และเมื่อเทน้ำเสียลงบนพื้นดินจะเกิดปัญหาดินเปรี้ยว เกษตรกรบางรายหันไปใช้สารจับตัวยางพาราชนิดอื่นที่มีราคาถูก ได้แก่ น้ำหมักชีวภาพ และน้ำส้มควันไม้ เป็นต้น แต่สารดังกล่าวส่งผลเสียต่อคุณภาพของยางพารา และเกิดกลิ่นเหม็น ดังนั้นทางทีมงานใช้ความร้อนเพื่อทำให้น้ำยางพาราแข็งตัวโดยไม่ใช้สารเคมี การทดลองแบ่งออกเป็น 3 ตอน ตอนที่ 1 ศึกษาผลของอุณหภูมิต่อการแข็งตัวของน้ำยางพารา พบว่า ความร้อนสามารถทำให้น้ำยางพาราแข็งตัวได้ โดยยางพาราจะแข็งตัวหมดที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส และใช้เวลาในการแข็งตัว เท่ากับ 41 วินาที ตอนที่ 2 เปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้งของยางพาราที่แข็งตัวด้วยวิธีการแตกต่างกัน พบว่า ยางที่แข็งตัวด้วยความร้อนจะมีเปอร์เซ็นต์ เนื้อยางแห้งมากกว่ายางที่แข็งตัวตามธรรมชาติและกรดฟอร์มิก โดยมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแห้ง เท่ากับ 40.15±0.02% ตอนที่ 3 เปรียบเทียบคุณภาพของยางพาราที่แข็งตัวด้วยวิธีการแตกต่างกัน พบว่ายางพาราที่แข็งตัวด้วยความร้อนจะมีคุณภาพใกล้เคียงกับยางพาราที่แข็งตัวด้วยกรดฟอร์มิก แต่มีคุณภาพดีกว่ายางพาราที่แข็งตัวตามธรรมชาติ โดยยางพาราดังกล่าวจะสะอาด ไม่มีฟองอากาศ ความชื้น 2.05±0.02% มีความยืดหยุ่นดี หนา 2.47±0.01 มม. สีใส น้ำหนัก 1,078±0.12 กรัม และมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความกว้าง 39.04±0.02 cm ยาว 82.56±0.01 cm โครงงานนี้ช่วยลดการใช้สารจับตัวยางพารา จึงเป็นการลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งช่วยลดอันตรายที่เกิดจากการใช้สารจับตัวยางพารา และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์เนื้อยาง และเพิ่มคุณภาพยางพารา ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น