กระบวนการผลิตและประสิทธิภาพของน้ำหมีกชีวภาพจากวัชพืชตระกูลถั่วที่มีผลต่อการกำจัดแมลงศัตรูและการเจริญเติบโตของข้าวหอมมะลิ 105

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กนกกร ทังสมบัติ, ณัฐวดี ศรีธรณ์, พีรวิชญ์ มาตย์นอก

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กุลธิดา ทองนำ, อัครวัฒน์ ศรีสวัสดิ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายมัธยมศึกษา (มอดินแดง)

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

กระบวนการผลิตและประสิทธิภาพของน้ำหมักชีวภาพจากวัชพืชตระกูลถั่วที่มีผลต่อการกำจัดแมลงศัตรูและการเจริญเติบโตของข้าวหอมมะลิ 105 เป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททีม สาขาชีววิทยา : Plant Sciences มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการผลิตและประสิทธิภาพของน้ำหมักชีวภาพจากวัชพืชตระกูลถั่วที่มีผลต่อการกำจัดกำจัดเพลี้ยจักจั่นสีเขียว ผลกระทบต่อด้วงเต่าลายหยัก และการเจริญเติบโตของข้าวขาวดอกมะลิ 105

การศึกษากระบวนการผลิตน้ำหมักชีวภาพครั้งนี้เป็นการหมักแบบต้องการออกซิเจน คือ เปิดฝาเวลาหมัก จะทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในสารละลายได้เปลี่ยนแก๊สมีเทนเป็นเมทิลแอลกอฮอล์และจะถูกออกซิเจนในอากาศทำให้กลายเป็นเอสเทอร์ของแอลกอฮอล์ ซึ่งสารพวกเอสเทอร์จะมีกลิ่นหอม และกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว ใช้เป็นสารไล่แมลงได้ การหมักในครั้งนี้ได้จากวัชพืชตระกูลถั่ว 3 ชนิด ได้แก่ ครามขน ไมยราบไร้หนาม หิ่งเม่น ทั้งหมด 15 ชุดการทดลอง (BE1-BE15) โดยปรับปรุงวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพจาก กรมพัฒนาที่ดิน (2555) พบว่า อุณหภูมิขณะหมักอยู่ในช่วง 34.0-38.5 oC และน้ำหมักชีวภาพที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำไปใช้ในการทดลองคือ น้ำหมักชีวภาพจากสูตร BE4 มีส่วนผสมของ ครามขน : กากน้ำตาล : พด.2 : น้ำ ในอัตราส่วน 400 กรัม : 200 กรัม : 25 กรัม : 4 ลิตร ใช้ระยะเวลาในการหมัก 20 วัน จะได้สารละลายที่มีสีดำ มีกลิ่นเล็กน้อย ค่า pH อยู่ที่ 3.5 ให้ธาตุอาหารหลักสูงสุด รวมทั้งได้ปริมาณน้ำหมักสูงสุดถึง 3.5 ลิตร รองลงมา คือ น้ำหมักชีวภาพที่ได้จากไมยราบไร้หนามและหิ่งเม่น ตามลำดับ ทั้ง 15 ชุดทดลองมีอุณหภูมิขณะหมักอยู่ในช่วง 34.0-38.5 oC

จากนั้นนำน้ำหมักชีวภาพ จากครามขน สูตรBE4 ไปทดลองในอัตราส่วนแตกต่างกัน พบว่า น้ำหมักชีวภาพจากครามขนสูตร BE4 ที่ระดับความเข้มข้น 3 ml ต่อน้ำ 1,000 ml มีผลต่อการตายของเพลี้ยจักจั่นสีเขียว คิดเป็นร้อยละ 87.00 ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชที่พบมากที่สุดในนาข้าว มีค่าใกล้เคียงกับชุดการทดลองสารเคมีสังเคราะห์ไดโนทีฟูเรน แต่ทำให้ด้วงเต่าลายหยักมีการตายเพียงร้อยละ 5.00 ซึ่งเป็นแมลงศัตรูธรรมชาติที่พบมากที่สุดในนาข้าว มีค่าใกล้เคียงกับชุดการทดลองที่ไม่ได้รับสาร โดยน้ำหมักชีวภาพจะมีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงสูงถึงร้อยละ 50 ในช่วง 1-7 วันแรก แล้วค่อยๆลดลงจนถึงวันที่ 15 เมื่อนำน้ำหมักชีวภาพจาก

ครามขน สูตร BE4 ที่ระดับความเข้มข้น 3 ml ต่อน้ำ 1,000 ml ไปทดลอง ณ ห้องปฏิบัติการ แปลงทดลอง และแปลงปลูกของเกษตรกร ทำให้ข้าวมีการเจริญเติบโตดีขึ้น ดินมีธาตุอาหารหลักสูงขึ้น ส่งผลให้ข้าว ณ แปลงปลูกเกษตรมีผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 483 กิโลกรัมต่อไร่ มีใกล้เคียงกับการใช้สารสังเคราะห์ไดโนทีฟูเรนร่วมกับปุ๋ยน้ำเคมีคือ 503 กิโลกรัมต่อไร่ สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร