บ้านเทียมอนุบาลเเมลงหางหนีบเพื่อใช้ในการกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ธนวรรณ โฉมศรี, พรรัตน์ กรรณมณี, สุนิศา โกตน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุกัลยา วงค์ใหญ่

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนพนมสารคาม "พนมอดุลวิทยา"

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาประสิทธิภาพการห้ำไข่ผีเสื้อและหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดของแมลงหางหนีบ และ แมลงช้างปีกใส พบว่า ตัวอ่อนแมลงหางหนีบวัยที่ 3 สามารถห้ำได้ดีที่สุด โดยทำให้เปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตจากการห้ำของไข่ผีเสื้อ 21.20 0.69 เปอร์เซ็นต์ และเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตจากการห้ำของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด 5.602.19 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีค่าน้อยกว่าแมลงช้างปีกใส การศึกษาชนิดของวัสดุเลี้ยง พบว่า วัสดุเลี้ยงที่ผสมดินใบก้ามปู : ขุยมะพร้าว : ขี้เถ้าแกลบ อัตราส่วน 1: 1:1 มีจำนวนไข่เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ 46.04 ± 1.16 ฟอง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของตัวเต็มวัยไม่แตกต่างกัน การศึกษาอัตราส่วนวัสดุเลี้ยง ดินใบก้ามปู : ขุยมะพร้าว : ขี้เถ้าแกลบ ที่อัตราส่วนต่างๆ พบว่า มีจำนวนไข่ไม่แตกต่างกัน จากการสังเกตการทดลองเมื่อนับไข่แล้วใส่ไปเช่นเดิม พบว่า แมลงหางหนีบเพศเมียจะกินไข่ของตัวเอง นำไปสู่การศึกษารูปแบบการคัดแยกที่มีผลต่อ การรอดชีวิต พบว่า หากมีการเคลื่อนย้ายแมลงหางหนีบเพื่อการอนุบาลหรือเลี้ยงขยายพันธุ์ โดยไม่มีตัวเต็มวัยเพศเมีย ไข่จะมีการฟักออกเป็นตัวอ่อนน้อยกว่ากลุ่มทดลองที่ไม่มีการเคลื่อนย้าย 44.24±0.94 ตัว หรือเคลื่อนย้ายพร้อมตัวเต็มวัยเพศเมีย 46.36±1.40 ตัว นำไปสู่การทำบ้านเทียมให้กับแมลงหางหนีบ การทดลอง พบว่า กระถางพลาสติกที่เกิดการเคลื่อนย้าย ทำให้จำนวนตัวอ่อนที่รอดเพียงเล็กน้อย ส่วนที่ไม่มีการรบกวนมีตัวอ่อนปริมาณใกล้เคียงกัน คือ ในกระถางพลาสติกที่ไม่เท กระถางขุยมะพร้าว กระถางใบไม้ จึงเลือกกระถางขุยมะพร้าว เนื่องจากมีบางกลุ่มการทดลองที่สังเกตเห็นไข่บริเวณด้านในของภาชนะ ตัวอ่อนมีการกินกันเองเมื่ออาหารไม่เพียงพอ จึงพัฒนาบ้านเทียมเพื่อลดพฤติกรรมการกินกันเอง พบว่า การเลี้ยงแมลงหางหนีบโดยใช้ ถ้วยอาหารจากรากพืชซึ่งเปรียบเสมือนที่หลบซ่อน สามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของตัวอ่อนได้ ทุกกลุ่ม การทดลอง และการให้อาหารควรทิ้งระยะห่างไม่เกิน 2 สัปดาห์ เนื่องจากเมื่อระยะห่างของการให้อาหารเพิ่มขึ้นเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของตัวอ่อนแมลงหางหนีบจะลดลง เมื่อนำบ้านเทียมไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานในสภาพเสมือนจริง จำลองสถานการณ์การระบาดอ้างอิงจากของกรมวิชาการเกษตรที่กล่าวว่าหากการระบาดอยู่ในเกณฑ์ต่ำและปานกลาง สามารถควบคุมและแก้ปัญหาได้ ทำการทดลอง ในเรือนทดลองโดยใช้แมลงหางหนีบในการกำจัด ไข่และหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดที่อยู่บนต้นข้าวโพด โดยนำต้นข้าวโพดอายุ 7 วัน ที่มีรังไข่ต้นละ 1 กลุ่ม ปล่อยบ้านเทียมแมลงหางหนีบในวันที่ 1 3 5 และ 7 วัน ตามลำดับ พบว่า ทุกกลุ่มการทดลองแมลงหางหนีบสามารถห้ำไข่และหนอนได้ แต่เมื่อพิจารณาตามระยะเวลาแล้วควรปล่อยแมลงหางหนีบตั้งแต่วันที่ 1 หรือไม่เกินวันที่ 3 เพื่อลดปัญหาต้นข้าวโพดถูกทำลายจากหนอนที่ฟักออกจากไข่