การผลิดไมโครคริสตัลไลน์เซลลูโลสจากใบยูคาลิปตัสเพื่อขึ้นรูปเม็ดยา
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ปรีชยาพร อินทร์แสง, สุวพิชญ์ จันทร์เหลือง
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
วิริยา ตาสี
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในประเทศไทยมีการนำเซลลูโลสมาและจุลผลึกเซลลูโลสใช้ในอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นยา เครื่องสำอาง อาหาร ผงซักฟอก กระดาษ สิ่งทอ พอลิเมอร์ น้ำมัน เซรามิกซ์ สารฆ่าแมลง กาว สีและวาร์นิช เป็นต้น ประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าเซลลูโลสและจุลผลึกเซลลูโลสจากต่างประเทศเนื่องจากไม่มีแหล่งผลิตภายในประเทศซึ่งพบว่ามูลค่าการนำเข้าในปี ในปี พ.ศ.2564 ประเทศไทยนำเข้าเซลลูโลส มูลค่า 91.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (3,253,840,000 บาท) กลายเป็นผู้นำเข้าเซลลูโลสรายใหญ่อันดับที่ 21 ของโลก และคาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นในอนาคต อันเป็นผลมาจากการเติบโตและขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบหลายด้านโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศสูญเสียเงินตราในการจัดซื้อวัตถุดิบเหล่านั้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อศักยภาพในการผลิต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยาทำให้การผลิตยาเป็นไปอย่างมีขีดจำกัด เนื่องจากเซลลูโลสและอนุพันธ์ถูกนำมาใช้เป็นสารปรุงแต่งยา (cxcipient) โดยเฉพาะยาเม็ด (tablet) ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมใช้มากที่สุดในการรักษาโรคในปัจจุบัน ชนิดของเซลลูโลสที่ใช้ขึ้นรูปเม็ดยาคือ Microcrystalline cellulose เป็นคาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) ซึ่งโครงสร้างคือเซลลูโลส (cellulose) สายสั้น เดิมเป็นพอลิเมอร์สายยาวของน้ำตาลกลูโคส ที่ถูกทำให้สั้นลง (depolymerization) และทำให้บริสุทธ์ จึงมีความจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมากในการผลิต แต่มูลค่าในการนำเข้าสูงคณะผู้จัดทำจึงอยากนำของเหลือใช้ทางการเกษตรมาทำการสกัดไมโครเซลลูโลสจากใบยูคาลิปตัสโดยใบยูคาลิปตัสเป็นพืชที่พบมากในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งในการเกษตรมีการตัดส่วนลำต้นไปแปรรูป และจะเหลือส่วนใบทิ้งไว้ให้แห้งแล้วทำการกำจัดโดยการเผา จึงทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ หากคณะผู้จัดทำสามารถศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมและกระบวนการที่ใช้ในการสกัดไม่ซับซ้อนมากเกินไปที่คุ้มค่าแก่การผลิต อาจจะสามารถนำมาใช้ในการผลิตเซลลูโลสและอนุพันธ์เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศในอนาคตได้เช่นกัน