เตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ หินภูเขาไฟสีดำ
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
สิรินาฏ ช่วงโชติ, สาริศา แก้วละมุล, มิตรสิณี กรังพานิชย์
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
ธนู แสงอินทร์
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ในการศึกษาการถนอมอาหารด้วยการไล่น้ำหรือการทำให้แห้งเป็นวิธีการหนึ่งที่มีมานานแล้ว โดยมีทั้งการทำให้แห้งด้วยความร้อนจากเชื้อเพลิง พลังงานไฟฟ้าและความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานสะอาด แต่เนื่องจากความร้อนจะได้รับต่อเมื่อมีแสงแดดเท่านั้นเมื่อมีเมฆมาบังแสงแดดหรือฝนตกอุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงทันที โดยไม่มีตัวที่เก็บความร้อนได้ ทำให้การระเหยน้ำในอาหารไม่เกิดการต่อเนื่อง จากการศึกษาพบว่าคุณสมบัติของก้อนหินสามารถกักเก็บความร้อนได้นาน และสีดำเป็นสีที่ดูดความร้อน ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงเกิดแนวคิดนำหินภูเขาไฟสีดำมาใส่ในเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่สูงกว่าและเก็บความร้อนไว้ได้นาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างเตาอบเพื่อการถนอมอาหารด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานความร้อนจากหินภูเขาไฟสีดำ เพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการแปรรูปอาหารในเตาอบ ทดสอบความแตกต่างของอุณหภูมิในเตาอบระหว่างมีหินภูเขาไฟกับไม่มี เป็นการประหยัดเวลาในการอบแห้งอาหารและเป็นการนำความรู้นี้ไปเผยแพร่สู่ชุมชน จากผลการทดลอง เพื่อเปรียบเทียบความร้อนในเตาอบ ที่ใช้ถาดไม่พ่นสีและไม่ใส่หินกับ ถาดไม่พ่นสีและใส่หิน จะมีอุณหภูมิภายในสูงกว่าอุณหภูมิภายนอก(ในช่วงเวลา 11.20-14.20) เฉลี่ย 11.5°Cและ เฉลี่ย 17.2°C แสดงว่า หินภูเขาไฟสีดำ ทำให้เตาอบมีอุณภูมิที่สูงขึ้นเมื่อนำไปใช้งาน เพื่อเปรียบเทียบความร้อนในเตาอบถาดพ่นสีและไม่ใส่หินกับเตาอบที่มีถาดพ่นสีและใส่หินจะมีอุณหภูมิภายในสูงกว่าอุณหภูมิภายนอก(ในช่วงเวลา 11.20-14.20) เฉลี่ย 15°Cและ 19°C แสดงว่า สีดำมีส่วนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและยืนยันด้วยว่าหินภูเขาไฟสีดำทำให้อุณหภูมิในเตาอบสูงขึ้น จากการวิเคราะข้อมูลตอบสมมุติฐานที่ว่า หินสีดำที่ใช้ในเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์สามารถเพิ่มอุณหภูมิภายในเตาและเก็บความร้อนได้นานขึ้น และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน