การศึกษาผลการใช้สารสกัดพรมมิร่วมกับใบบัวบกที่มีต่อการป้องกันโรคอัลไซเมอร์และแผลในกระเพาะอาหาร

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัทรวี กันสุข, สโรชา ทองที

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ปิยะมาศ เจริญชัย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โรคอัลไซเมอร์เป็นหนึ่งของโรคที่พบบ่อยในกลุ่มโรคผิดปกติของสมอง "dementia" ซึ่ง มีการถดถอย หน้าที่ของสมองจําเหตุการณ์และช่วงเวลาได้ไม่แน่นอนความจําเสื่อมมีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างแปลก ๆ พฤติกรรม เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่เหมาะสม อารมณ์จะไม่สม่ำเสมอ กลุ่มผิดปกติของสมองที่เรียก dementia นี้อาจเป็นผลมาจากเส้นเลือดในสมองแข็งและแคบลงในคนสงูอายุหรืออาจไม่ทราบสาเหตุ เช่น โรคอัลไซเมอร์ และอื่น ๆ คนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะมีการเสียพื้นที่ของสมองที่ควบคุม ความคิด ความจํา และการเรียบเรียงภาษาพูดจะมีอาการสับสนและไม่สามารถปฏิบัติงานที่เคยทําตามปกติได้แต่โรคอัลไซเมอร์สามารถป้องกันได้โดยการ หลีกเลี่ยงการเกิดความเครียด บุหรี่ แอลกอฮอล์ และพยายามนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารบํารุง สมองทํากิจกรรมผ่อนคลาย พบปะพูดคุย อ่านหนังสือท่องเที่ยวตลอดจนการทําสมาธิและการออกกําลังกาย ซึ่ง โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดภาวะสมองสื่อม ปัจจุบันอุบัติการณ์การเกิดภาวะสมองเสื่อมใน ประชากรผู้สูงอายุทั่วโลกมีจํานวนเพิ่ม มากขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการรายงานของ Alzheimer’s Disease International ในปี ค.ศ. 2008 ประมาณการณ์ได้ว่าประชากรโลกที่อยู่ในภาวะสมองเสื่อมมีอยู่ประมาณ 30 ล้านคน ในแต่ละปีมีประชากรโลกที่เกิดภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้นปีละ 4.6 ล้านคน ประมาณได้ว่ามีผู้ป่วย ภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น 1 คน ในทุก ๆ 7 วินาที ดังนั้นในปี ค.ศ. 2050 จะมีประชากรโลกที่เกิดภาวะสมองเสื่อม มากถึง 100 ล้านคน ด้วยเหตุนี้เองประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างเร่งทําการศึกษา ค้นคว้า และวิจัย เพื่อหาปัจจัยเสี่ยง สาเหตุของการเกิดโรค ตลอดจนหาแนวทางในการป้องกัน และรักษาภาวะสมองเสื่อมด้วยสารต่าง ๆ จาก ธรรมชาติกันเป็นจํานวนมาก สารจากธรรมชาติ บางชนิดได้พัฒนาไปเป็นยาแผนปัจจุบันและมีการนํามาใช้ใน การรักษาแล้ว ได้แก่ physostigmine, rivastigmine, และ galantamine เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสารธรรมชาติอีก มากมายหลายชนิดที่ยังอยู่ในขั้นวิจัยและทดลอง เพื่อพัฒนาเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการ ป้องกัน และรักษาให้มากยิ่งขึ้น สารจากธรรมชาติเหลานั้นบางชนิดเป็นสารประกอบหรือสารสกัด ที่ได้จากพืชสมุนไพรไทย เช่น บัวบก กระทงลายว่าน น้ําอัญชัน ขมิ้นชันโสนน้อย เป็นต้น

ปัจจุบันได้มีการนําพืชสมุนไพรหลายชนิดมาใช้ในการป้องกันและบรรเทาโรคอัลไซเมอร์ นั่นคือ พรมมิ หรือผักมิ การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพรมมิต่อระบบประสาท การกระตุ้นการเรียนรู้และความจํา พบว่า สารออกฤทธิ์สําคัญที่มีผลต่อระบบประสาทที่พบในต้นพรมมิเป็นสารในกลุ่ม triterpenoid saponin ที่ชื่อว่า bacoside ซึ่งชนิดที่มีรายงานการศึกษามากที่สุดได้แก่ bacoside A และ bacoside B ในการศึกษาผลของการรับประทานสารสกัดพรมมิต่อการฟื้นฟูความจําในอาสาสมัครที่มีภาวะสูญเสียความจําเนื่องจากอายุมาก (อายุ ตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป) และจากการศึกษาความเปนพิษของพรมมิในอาสาสมัครสุขภาพดี โดยให้รับประทานสารสกัด พรมมิ (BacoMindTM) ขนาด 300 มก./วัน ติดต่อ 15 วัน และตามด้วยขนาด 450 มก./วัน อีก 15 วันไม่พบ ความเป็นพิษแต่อย่างใด แต่มีอาสาสมัครบางรายมีอาการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร และมีอาการ คลื่นไส้ นําไปสู่การเกิดแผลในกระเพราะอาหารได้

ผู้จัดทําจึงได้ศึกษาค้นคว้าพืชสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร นั่นคือ ใบบัวบก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Centella asiatica) เป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในแถบเอเชีย ใบบัวบกสามารถช่วยรักษาแผล ให้หายได้เร็วขึ้นและยังช่วยลดอาการอักเสบของแผลได้ดี และสารสกัดจากบัวบก สามารถเพิ่มความจําและปรับ สภาพอารมณ์ในผู้สูงอายุที่มีภาวะความจําเสื่อมเล็กน้อย รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก พิการทางสมองได้ คณะผู้จัดทําจึงต้องการที่พัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์สารสกัดพรมมิที่มีฤทธิ์ในการ ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ช่วยเพิ่มความจํา บํารุงสมอง จากข้อมูลทางเภสัชวิทยา พบว่า พรมมิ มีสารออกฤทธิ์ที่ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพของความจํา การตัดสินใจ ช่วยปกป้องเซลล์สมอง มีฤทธิ์ต้านความจําเสื่อม แต่เมื่อรับประทาน ไปมากๆอาจก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ จึงนําใบบัวบกที่ฤทธิ์ในการช่วยรักษาแผลให้หายได้เร็วขึ้นและ ยังช่วยลดอาการอักเสบของแผลได้ดี มาใช้ร่วมกัน และใบบัวบกยังมีรายงานการศึกษาวิจัย พบว่า สารสกัดจาก บัวบก สามารถเพิ่มความจําและปรับสภาพอารมณ์ในผู้สูงอายุที่มีภาวะความจําเสื่อมเล็กน้อย รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กพิการทางสมองได้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและแก้จุดด้อยของพรมมิอีกด้วย