การศึกษาเปรียบเทียบปริมาณของWolffia arrhiza (L.) Horkel ex Wimm. ในการเพาะเลี้ยงด้วยสูตรอาหารต่างๆ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ปรีวรา เพ็ชรกำแหง, มนชนก จิวยิ้น

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

สุดคนึง คุ้มเกตุ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ไข่น้ำ หรือผำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wolffia arrhiza (L.) Horkel ex Wimm. เป็นพืชน้ำสีเขียวชนิดหนึ่งมีขนาดเล็ก ลักษณะเป็นเม็ดกลมหรือรี ล่องลอยอยู่บนผิวน้ำ พบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำนิ่งหรือน้ำขัง จัดเป็นพืชมีดอก ไม่มีราก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-1.5 มิลลิเมตร ทั้งนี้เนื่องจากพบว่าไข่น้ำมีปริมาณโปรตีนสูงถึง 22.41เปอร์เซ็นต์ และในไข่ผำ 100 กรัม ให้พลังงานต่อร่างกาย 8 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย เส้นใย 0.3 กรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม เหล็ก 6.6 มิลลิกรัม และยังสารอาหารอีกหลากหลาย ไข่น้ำถูกละเลยความสนใจมานาน ส่วนมากได้มาจากการพบโดยบังเอิญหรืออาศัยความคุ้นเคยจากการเก็บเกี่ยวจากแหล่งน้ำธรรมชาติเดิมที่เคยพบมาก่อน จึงทำให้ปริมาณไข่น้ำในธรรมชาติมีปริมาณน้อยลงจนแทบจะกลายเป็นพืชน้ำที่หายากอีกชนิดหนึ่ง เราจึงจะเปรียบเทียบสูตรอาหารที่มีความเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยง Wolffia arrhiza (L.) Horkel ex Wimm. ดังนั้น ตอนที่ 1 ศึกษาสูตรอาหารที่มีผลต่อในการเจริญเติบโตของไข่น้ำ มีชุดการทดลอง 5 ชุด ชุดที่ 1 ควบคุม : ไม่เติมอาหาร ชุดที่ 2 สูตรอาหารที่ 1 : ปุ๋ยยูเรีย 0.1 กรัมต่อลิตร ชุดที่ 3 สูตรอาหารที่ 2 : ปุ๋ยนา 0.1 กรัมต่อลิตร ชุดที่ 4 สูตรอาหารที่ 3 : ปุ๋ยยูเรียผสมปุ๋ยนา 0.1 กรัมต่อลิตร ชุดที่ 5 สูตรอาหารที่ 4 : ปุ๋ยไฮโดรโพนิกส์ ใส่ปุ๋ยสูตรAและB อย่างละ 2 ซีซีต่อน้ำหนึ่งลิตร 1 ตอนที่ 2 ศึกษาอัตราส่วนของสูตรอาหารที่มีความเหมาะสมของไข่น้ำมากที่สุด โดยใส่ปุ๋ยตามข้อที่ 1 ในความเข้มข้นที่แตกต่างกัน ดังนี้ชุดที่ 1 : ความเข้มข้นของปุ๋ยที่ดีที่สุด 0.05 กรัมต่อลิตร ชุดที่ 2 : ความเข้มข้นของปุ๋ยที่ดีที่สุด 0.1 กรัมต่อลิตร ชุดที่ 3 : ความเข้มข้นของปุ๋ยที่ดีที่สุด 0.2 กรัมต่อลิตร ชุดที่ 4 : ความเข้มข้นของปุ๋ยที่ดีที่สุด 0.4 กรัมต่อลิตร จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการทดลองโดยใช้กราฟในการพิจารณา ว่าผลการศึกษาเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ และหาข้อสรุปว่าสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงงาน โดยประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ คือ สามารถเพิ่มปริมาณของไข่น้ำมากกว่าเลี้ยงแบบธรรมชาติได้ สามารถทราบอัตราส่วนของปุ๋ยที่ดีที่สุดในการเพาะเลี้ยงไข่น้ำ สามารถนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดในเชิงพาณิชย์