การพัฒนาขี้ซีอัดเม็ดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในชุมชน

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศุภรัตน์ แก้วเสถียร, บุญขวัญข้าว ศรีทัพไทย

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เสาวรจนี จันทวงค์, ศุภากร พวงยอด

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

แอลกอฮอล์แข็งเป็นเชื้อเพลิงที่ให้ความร้อนแก่อาหารโดยใช้ในการต้มหรืออุ่นอาหาร แอลกอฮอล์ที่ใช้ผลิต ส่วนใหญ่จะเป็นชนิดเอทิลแอลกอฮอล์ มีสมบัติเป็นของเหลว ระเหยได้ง่าย ให้ความร้อนสูง ติดไฟง่าย ไม่มีควัน หรือเขม่า ให้ความร้อนสม่ำเสมอ และแอลกอฮอล์แข็งเป็นเชื้อเพลิงที่มีกรดสเตียริกเป็นส่วนประกอบหลักใช้ในการ หุงต้มหรืออุ่นอาหาร เชื้อเพลิงชนิดนี้เมื่อติดไฟจะให้ความร้อน ไม่มีกลิ่น ไม่แสบตา ไม่มีเขม่า จึงเป็นที่นิยมใช้ โดยเฉพาะตามร้านอาหาร ภัตตาคาร และห้องอาหารในโรงแรม ที่ต้องการพลังงานความร้อนแก่อาหารในช่วงเวลา สั้น ๆ แอลกอฮอล์แข็ง 1 กล่อง ใช้เวลาในการเผาไหม้ 6-7 นาที ให้ปริมาณความร้อนที่ไม่สูงมากนัก และอีกอย่าง คือสารที่อยู่ในแอลกอฮอล์แข็งเป็นสารเคมี เมื่อมีการเผาไหม้อาจจะมีผลกระทบต่อรางกาย ประกอบกับ ระยะเวลาในการให้ความร้อนของแอลกอฮอล์แข็งแค่ 6-7 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาสั้นไม่เพียงพอกับความต้องการ ของการรับประทานอาหารของแต่ละกลุ่มคน จากการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นพบว่ามีสารอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเช่น ขี้ซี หรือขี้ชัน ซึ่ง เป็นยางไม้ที่ได้จากต้นเต็ง (ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea obtusa Wall) หรือทางภาคอีสานเรียกว่า “ต้นจิก”มี คุณสมบัติในการติดไฟและให้ปริมาณความร้อนสูง โดยขี้ซีเป็นสารอินทรีย์ที่ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม หาง่ายใน เขตชุมชนที่มีป่าเต็งรัง และในจังหวัดสกลนครมีพื้นที่ป่าเต็งรังในเขตเทือกเขาภูพานจำนวนมากคนในชุมชน สามารถเก็บขี้ชีไปขายตามตลาด ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท นอกจากนี้ขี้ซียังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรและผสม น้ำมันเพื่อเป็นแนวยาเรือหรือทำดนตรีอีสานเช่น โหวดและแคนได้และจากการศึกษาพาราฟีนมีคุณสมบัติบางอย่าง ที่สามารถรถลดเขม่าควันที่เกิดจาการเผาไหม้ได้และเศษขี้เลื่อยที่เหลือใช้สามารถให้พลังงานความร้อนที่ต่อเนื่องได้ ดังนั้นผู้จัดทำโครงงานจึงมีแนวคิดที่จะหาพลังงานทางเลือกจากวัสดุในชุมชนทดแทนแหล่งพลังงานที่ได้จาก สารเคมีและเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุในท้องถิ่น