ระบบตรวจจับคนล้มในห้องน้ำ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ลลนา ศรีสงคราม, สิรภพ จักรวาลวิบูลย์, วิชยุตม์ จรูญศักดิ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เลาขวัญ งามประสิทธิ์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

อัตราการเสียชีวิตของคนไทยเกิดจากการลื่นล้มปีละไม่ต่ำกว่า 1,600 คน เป็นสาเหตุการเสียชีวิต หรือการบาดเจ็บโดยไม่เจตนา อันดับสองรองจากอุบัติเหตุทางถนน และผู้เกิดอุบัติเหตุจำนวน 1 ใน 3 อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากการสูญเสียหรือเป็นอัมพาตหลังจากที่ล้มได้สูงกว่าวัยอื่น ๆ การลื่นล้มจึงเป็นสาเหตุทำให้มีอัตราการพิการและการเสียชีวิตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะการลื่นล้มในห้องน้ำ ซึ่งเป็นบริเวณที่เปียกลื่น และเป็นห้องปิดทึบเนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัว ทำให้เป็นสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุซึ่งคนภายนอกห้องน้ำไม่อาจรับรู้ได้ ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ทันเวลา ผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่จากผลกระทบของปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่ไม่เพียงพอหรือผู้ดูแลไม่สามารถดูแลได้ตลอด ทำให้ผู้สูงอายุต้องอยู่เพียงลำพัง

ปัจจุบันมีการคิดค้นนวัตกรรมมากมายเพื่อสร้างความปลอดภัย จากเดิมซึ่งอาจใช้การทำงานของกล้องวงจรปิด ซึ่งทำได้เพียงแต่การบันทึกภาพเหตุการณ์เท่านั้น แต่ตัวกล้องจะไม่สามารถแจ้งสัญญาณเตือนได้ อีกทั้งยังทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว เปลี่ยนมาเป็นการใช้เทคโนโลยีการตรวจจับอุบัติเหตุการหกล้มด้วยการติดอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่ตัวผู้สูงอายุ แต่ก็ไม่สะดวกในการติดอุปกรณ์ไว้กับตัวของผู้ถูกเฝ้าระวังตลอดเวลา

คณะผู้จัดทำจึงสนใจที่จะแก้ปัญหา ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำของผู้สูงอายุ โดยการเตือนให้คนอื่นได้รับรู้ขณะที่มีการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มขึ้น การตรวจจับทำได้โดยการใช้เซนเซอร์ภายในห้องน้ำ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของ ultrasonic sensor และ passive infrared sensor ซึ่ง passive infrared sensor จะช่วยตรวจจับว่ามีบุคคลเข้ามาใช้งานห้องน้ำหรือไม่ หากว่ามีผู้เข้ามาใช้งานห้องน้ำ ultrasonic sensor ซึ่งติดกับมอเตอร์ที่ผนังของห้องในระดับความสูงที่พอเหมาะก็จะหมุนกวาดไปมา เพื่อดูว่ามีบุคคลอยู่หรือไม่ ซึ่งจะตรวจสอบได้จากระยะห่างของเซนเซอร์กับสิ่งกีดขวางที่วัดได้จาก ultrasonic sensor จะไม่เท่ากับค่าเดิมปกติเมื่อไม่มีคน และถ้าหากคนล้ม ตัวคนจะอยู่ต่ำกว่า ultrasonic sensor ทำให้เซนเซอร์ไม่สามารถตรวจเจอบุคคลได้ และจะส่งสัญญาณร้องเตือนภัยให้บุคคลภายนอกห้องน้ำได้รับรู้และสามารถช่วยเหลือได้ทันเวลา วิธีนี้เป็นวิธีที่สะดวกต่อการใช้งานและติดตั้งอุปกรณ์ เพราะมีขนาดไม่ใหญ่เทอะทะ วัสดุต่าง ๆหาเปลี่ยนได้ง่ายหากชำรุด ราคาไม่สูงจนเกินไปแต่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องติดอุปกรณ์ไว้กับตัวผู้สูงอายุตลอดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยให้เราไม่ต้องตั้งกล้องตรวจจับในห้องน้ำ ทำให้ผู้เข้าใช้งานได้รับความเป็นส่วนตัว หลังจากนั้นจะนำอุปกรณ์ไปปรับให้ระบบสามารถใช้ได้ในห้องน้ำตามสถานที่ต่าง ๆ โดยการวิเคราะห์สภาพของห้องน้ำแต่ละแบบ เพื่อให้ชิ้นงานสามารถนำไปปรับใช้ได้กับห้องน้ำหลากหลายรูปแบบ ทำการทดสอบโดยการติดตั้งชิ้นงานและประเมินผล สอบถามความพึงพอใจ แล้วนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาต่อยอดโครงงานต่อไป