การศึกษาลักษณะทางสัณฐานและกายวิภาคของดอกย่อยในสะตอดาน (Pakia speciosa Hassk.)

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • เจนจิรา ดวงจิต

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ช่อทิพย์ ปุรินทวรกุล

  • อุปถัมภ์ มีสวัสดิ์

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การศึกษาลักษณะทางสัณฐานและกายวิภาคของดอกย่อยในสะตอดาน ได้ทำการเก็บตัวอย่างจากแปลงทดลองของภาควิชาการจัดการศัตรูพืช คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2549 ในช่อดอกสะตอดานมีโครงสร้างและลักษณะทางสัณฐานของดอกย่อยแตกต่างกัน 3 ชนิด คือ ดอกย่อยสมบูรณ์เพศที่สร้างทั้งเรณูและออวุล ดอกย่อยเพศผู้ที่สร้างน้ำหวาน และดอกย่อยเพศผู้ที่เป็นหมัน ดอกย่อยทั้ง 3 ชนิดมีอัตราส่วนของดอกย่อยในช่อดอกเป็น 9:2:1 ตามลำดับ สามารถแบ่งการเจริญของช่อดอกสะตอดานตั้งแต่ระยะที่เป็นตาดอกย่อยจนกระทั่งเป็นดอกที่พร้อมจะบานได้เป็น 9 ระยะ ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 50 วัน ดอกย่อยสมบูรณ์เพศและดอกย่อยเพศผู้ที่สร้างน้ำหวานมีการสร้างอวัยวะจนครบสมบูรณ์ในระยะที่ 4 ส่วนดอกย่อยเพศผู้ที่เป็นหมันสร้างสมบูรณ์ในระยะที่ 5 ในดอกย่อยสมบูรณ์เพศและดอกย่อยเพศผู้ที่ผลิตน้ำหวาน การเจริญของเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน มีการเริ่มมีการพัฒนาจาก microspore mother cell ในระยะที่ 4 จนเป็นกลุ่มเรณูที่สมบูรณ์ในระยะที่ 7 และเกสรเพศเมียที่เริ่มมีการพัฒนาจาก megaspore mother cell ในระยะที่ 4 จนเป็น embryo sac ที่สมบูรณ์หลังระยะที่ 9 ภายในรังไข่มีออวุล 12.00±2.45 อัน ติดกับรังไข่แบบ anatropous ภายในอับเรณูมีกลุ่มเรณูจำนวนแตกต่างกันในแต่ละชนิดดอกย่อยโดยพบในดอกย่อยสมบูรณ์เพศมากที่สุด (71.92±9.28) รองลงมาคือดอกย่อยเพศผู้ที่สร้างน้ำหวาน (23.02±2.96) และดอกย่อยเพศผู้ที่เป็นหมัน (0.80±1.03) ตามลำดับ และพบว่าขนาดของกลุ่มเรณู (polyad) ในดอกย่อยแต่ละชนิดแตกต่างกัน คิดเป็นสัดส่วนระหว่างความยาวในแนวยาวต่อแนวขั้วในดอกย่อยสมบูรณ์เพศ ดอกย่อยเพศผู้ที่สร้างน้ำหวาน และดอกย่อยเพศผู้ที่เป็นหมันมีค่า 2.07±0.21, 1.35±1.09 และ 1.10±0.05 ตามลำดับ Morphology and anatomy of Sator Darn were carried out during August November 2006 by collecting samples from Department of Pest Management, Faculty of Natural Resources, Prince of Songkla University. There are 3 different types of florets in each inflorescence, namely, fertile flowers which are functionally both male and female with formation of polyad and ovule respectively; male flowers are functionally male with polyad and ovary reduced; staminodial flowers are functionally neuter with no gynoecium and anthers reduced or absent. The ratio of fertile:male:staminadial florets was 9:2:1. It took 50 days from floret primodium to mature floret ready to anthesis. The floral development was devided into 9 stages according to size and shape. The floral organs were completely formed in stage 4 (fertile and male florets) and in stage 5 (staminodial florets). Based on gametophyte maturation of male (in stage 5) and female (after stage 9), this plant exhibited self incompatibility. The unicarpellate gynoecium with anatropous ovule forms in female organ. The numbers of ovules per locule were estimately 12.00±2.45 whereas approximate numbers of polyads found in fertile, male and staminodial florets were 71.92±9.28, 23.02±2.96, and 0.80±1.03, respectively. The size of polyads ratios (P:E) were 2.07±0.21, 1.35±1.09 and 1.10±0.05 in fertile, male and staminodial florets, respectively.