การศึกษาค่าการปกป้องแสงแดด (SPF) ของครีมกันแดดที่จำหน่ายในพื้นที่เขตจังหวัดชายแดนภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ปิยวรรณ คำสาร

  • มยุรี ศรีวรรณะ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • พรเทพ ตรีวิริยานุภาพ

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

สาขาวิชาฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาฟิสิกส์

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

งานวิจัยนี้ศึกษาค่าการปกป้องแสงแดด ของครีมกันแดดแต่ละยี่ห้อที่จำหน่ายในพื้นที่เขตจังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตัวอย่างเป็นครีมกันแดด 20 ยี่ห้อได้แก่ ครีม A, B, C, D, E, F, G, H, I, J, K, L, M, N, O, P, Q, R, S และ T คำนวณหาค่าการปกป้องแสงแดดและเปอร์เซ็นต์การปกป้องแสงแดด โดยใช้ค่าเปอร์เซ็นต์การทะลุผ่านจากเครื่องยูวีวิสิเบิลสเปคโตรโฟโตมิเตอร์ ผลการวิจัยพบว่า ค่าปกป้องแสงแดดของครีมกันแดดทุกยี่ห้อต่ำกว่าค่าการปกป้องแสงแดดที่ระบุบนฉลากของครีมกันแดด โดยครีมกันแดดยี่ห้อ E มีค่าการปกป้องแสงแดดจากการวิจัยสูงสุด คือ 26.57 โดยมีค่าปกป้องแสงแดดบนฉลาก คือ 40 และครีมกันแดดยี่ห้อ J มีค่าปกป้องแสงแดดจากการวิจัยต่ำสุด คือ 1.57 โดยมีค่าการปกป้องแสงแดดบนฉลาก คือ 30 ครีมกันแดด 18 ยี่ห้อ ได้แก่ A, B, D, E, F, G, H, I, J, K, L, M, O, P, Q, R, S และ T มีเปอร์เซ็นต์การปกป้องแสงแดดในช่วง UVC สูงที่สุด ครีมกันแดดยี่ห้อ C มีเปอร์เซ็นต์การปกป้องแสงแดดในช่วง UVB สูงที่สุด ครีมกันแดดยี่ห้อ N มีเปอร์เซ็นต์การปกป้องแสง แดดในช่วง UV สูงที่สุด ครีมกันแดดทุกยี่ห้อมีเปอร์เซ็นต์การปกป้องแสงแดดในช่วง UVA ต่ำที่สุด