พันธุศาสตร์เซลล์ของเก้งธรรมดา (Muntiacus muntjak) ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • วีระยุทธ สุภิวงค์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • พรพิมล เจียระนัยปรีเปรม

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

รายงานการศึกษาพันธุศาสตร์เซลล์ครั้งแรกของเก้งธรรมดา (Muntiacus muntjak) ในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ใช้ตัวอย่างเก้งธรรมดาเพศผู้ 1 ตัว และเพศเมีย 1 ตัว จากสวนสัตว์แห่งชาติลาว ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เตรียมโครโมโซมโดย วิธีเพาะเลี้ยงเซลล์เม็ดเลือดขาวที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 72 ชั่วโมง เก็บเกี่ยวเซลล์ตามวิธีมาตรฐาน และย้อมสีโครโมโซมแบบธรรมดาและแถบสีแบบจีด้วยสีจิมซ่า ผลการศึกษาพบว่า เก้งธรรมดามีจำนวนโครโมโซมดิพลอยด์ (2n) เท่ากับ 6 แท่งในเพศเมีย และ 7 แท่งในเพศผู้ ส่วนของแขนข้างสั้นของโครโมโซมคู่ที่ 3 ถูกจัดเป็นโครโมโซม X อิดิโอแกรมแถบโครโมโซมมาตรฐานของโครโมโซมระยะเมทาเฟสพบแถบ 149 แถบ และ ระยะก่อนเมทาเฟสพบ 192 แถบต่อชุดโครโมโซมแฮพลอยด์ นอกจากนี้ได้ปรากฏรอยคอดที่สอง 3 ตำแหน่ง ในเพศเมียและ 4 ตำแหน่งในเพศผู้ โดยในเพศเมียพบบนทั้งสองแท่งของโครโมโซมคู่ที่ 1 และ บน 1 แท่งของโครโมโซมคู่ที่ 3 ส่วนในเพศผู้พบรอยคอดที่สอง 4 ตำแหน่งบนโครโมโซมคู่ที่ 1 และโครโมโซมคู่ที่ 3 ผลจากการศึกษาจะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่เป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาในขั้นสูงต่อไปทั้งในด้านการอนุรักษ์ การขยายพันธุ์ และวิวัฒนาการของเก้งธรรมดา This work is the first description of a cytogenetic study of Indian muntjac (Muntiacus muntjak) in Laos PDR. Blood samples were taken from one male and one female of Indian muntjac kept in Laos Zoo, Laos PDR. Lymphocytes were cultured at 37 oC for 72 hr. Cell harvesting was performed and followed by metaphase chromosome spreading on microscopic slides. Conventional staining and G banding method were then applied using Giemsa stain. The results showed that the number of diploid chromosomes (2n) of Indian muntjac was 6 in female and 7 in male. The short arm of chromosome pairs 3 referred to the X chromosome. Idiogram represent banding pattern at the metaphase chromosome and prometaphase chromosome were 149 and 192 bands, respectively. The secondary constriction was found at 3 sites on chromosome pairs 1 and 1 site on chromosome pairs 3 in the female, whereas there was found at 4 sites on chromosome pairs 1 and chromosome pairs 3 in male. These results will be useful for providing basic genetics information and future studies of breeding, conservation and chromosome evolution in this animal.