การศึกษาการย่อยซากสิ่งมีชีวิตโดยแมลง

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ณัฐดนัย ปุณณะนิธิ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • สุรีรัตน์ เดียววาณิชย์

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้น การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเพื่อที่จะได้อำนาจและสิ่งที่ตนเองพอใจมีทุกที่ทุกสังคมทั่วโลกไม่ว่าในอดีตเช่นการฆาตกรรมเพื่อแย่งชิงสมบัติ ราชบัลลังก์ ยศถาบรรดาศักดิ์ แก้แค้น หรือการรบราฆ่าฟันเพื่อล่าอาณานิคม จนถึงปัจจุบันเช่น การฆาตกรรมเพื่อแย่งชิงคนรัก มกดกทรัพย์สิน ลบล้างความผิด ได้มีการพัฒนาทั้งทางด้านวิธีการ และด้านการปกปิดความผิด เช่นเดียวกันกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่จะหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษก็ได้เจริญควบคู่กันมาเช่นกัน ในปัจจุบันการพยายามที่จะหาตัวผู้กระทำผิดในคดีทั้งทางด้านอาชญากรรมและฆาตกรรมนั้นมีหลายวิธีมากมาย เช่น การตรวจลายนิ้วมือ DNA คราบน้ำลาย สถานที่เกิดเหตุ การสือบสวนสอบสวนพยาน แต่วิธีที่จะตรวจสอบได้แน่นอนอีกวิธีก็คือการตรวจสอบ จากสภาพศพที่ถูกฆาตกรรมนั้น โดยอาจดูจากรอยบาดแผล สภาพศพและลักษณะอื่นๆ แต่อย่าลืมว่ากลไกธรรมชาตินั้นในระบบนิเวศถ้ามีการตายก็ต้องมีผู้ย่อยสลยเพื่อที่จะได้มีการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศ ซึ่งอาจจะได้แก่ แบคทีเรีย และแมลง ซึ่งแมลงนี้แหละเป็นจุดสำคัญที่สามารถบอกเราได้ถึงสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับคดีไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดเหตุโดยดูจากลักษณะของแมลงในระยะต่างๆ เช่น ระยะตัวหนอน ระยะดักแด้ นอกจากนี้ยังสามารถบอกเราได้ถึงสถานที่เกิดเหตุเนื่องจากแมลงในแต่ละท้องถิ่นนั้นย่อมไม่เหมือนกัน ด้วยตระหนกถึงความสำคัญนี้ข้าพเจ้าจึงได้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง “การศึกษาการย่อยซากสิ่งมีชีวิตโดยแมลง” ขึ้นซึ่งการศึกษานี้ในต่างประเทศได้เจริญก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะในประเทศอเมริกาและเยอรมัน ส่วนในประเทศไทยนั้น งานด้านนิติเวชนั้นล้าหลังประเทศอื่นมาก จึงยังไม่มีการศึกษาเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง โดยในการทดลองนี้ข้าพเจ้าได้จำลองเหตุการณ์สามเหตุการณ์คือสภาพซากบนผิวดิน สภาพซากในน้ำ และสภาพซากในดิน ซึ่งเป็นสามเหตุการณ์หลักๆที่พบเสมอในคดีฆาตกรรม โครงงานนี้จึงนับเป็นแนวความคิดที่จะนำความรู้ทางด้านเกี่ยวกับระบบนิเวศ กีฏวิทยา ในวิชาชีววิทยามาประยุกต์ใช้กับงานทางด้านนิตินิเวชวิทยาซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก นอกจากจะได้ความรู้ในด้านนิตินิเวชวิทยาแล้วยังจะได้แนวความคิดอื่นๆที่อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเองนอกจากด้านวิทยาศาสตร์ คือ หลักอนิจจัง ความไม่เที่ยงแท้ ในด้านพระพุทธศาสนา นับว่าเป็นก้าวแรกของเด็กคนหนึ่งที่ใช้โอกาสนี้ในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์โดยมีความคาดหวังว่า จะทำงานโครงงานวิทยาศาสตร์นี้เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำวิจัยต่อไปในอนาคต