การศึกษาการจำแนกเชื้อ Staphylococcus aureus ที่ดื้อยาและไม่ดื้อยาโดยใช้ความแตกต่างทางพันธุกรรม

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • สรุจ ชัยศรีสวัสดิ์สุข

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • โกสุม จันทร์ศิริ

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาจำแนกเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่ดื้อยาและไม่ดื้อยาโดยใช้ความแตกต่างทางพันธุกรรม ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2544 ได้ทำการหาเชื้อ S. aureus ที่ดื้อยาและไม่ดื้อยา และได้รับความอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล นำเชื้อที่ได้มาเพิ่มจำนวนด้วย LB medium นำเชื้อที่ได้ไปทำการสกัด DNA โดยวิธี Genomic Extraction จากนั้นนำ DNA ที่สกัดได้ไปทำ RAPD PCR (Random Amplified Polymorphism DNA Polymerase Chain Reaction) โดยใช้ Arbitrary Primer ได้แก่ B70 , B71 , B72 , B73 , B74 , B75 , B76 , B77 , B78 , B79 นำผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเพิ่มจำนวน DNA ไปตรวจสอบด้วยวิธี Gel Electrophoresis ผลปรากฏว่าไม่พบแถบ DNA และให้ผลเหมือนกันในทุก Primer จากผลการทดลองจะเห็นได้ว่า Primer ทั้ง 10 ตัวไม่สามารถจับกับ DNAของ S. aureus ได้หลังจากนั้นได้ทำการเปลี่ยนความเข้มของ !['MgCl_2](/latexrender/pictures/e60/e60ce93a31ba9f98182fbf0d04d39738.gif) ในการทำการเพิ่มจำนวน DNA เป็น 0.75, 1.5, 2, 2.5 และ 3 μl ผลปรากฏว่าไม่พบแถบ DNA เช่นกัน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า Primer ที่ใช้อาจจะไม่เหมาะสมในการจำแนกเชื้อ S. aureus ที่ดื้อยาและไม่ดื้อยาโดยใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยา วิธีการจำแนกเชื้อที่ดื้อยาและไม่ดื้อยาโดยใช้เทคนิคทางอณูชีววิทยานี้เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดเพราะโดยทั่วไปแล้วจะใช้การทดสอบโดยนำเชื้อไปเลี้ยงในอาหารที่มียาปฏิชีวนะอยู่ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมงจึงจะทราบผล แต่วิธีการทางอณูวิทยาจะใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณ 12 ชั่วโมง ก็สามารถทราบผลได้