Drone Congregation Area (DCA) ของผึ้งมิ้ม

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • อรระพี กิติตเจริญศักดิ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ศิริวัฒน์ วงศ์ศิริ

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาชีววิทยา

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

การผสมพันธุ์ของผึ้งมีปัจจัย 2 ประการที่สำคัญ คือ 1. ตัวนางพญา นางพญาจะปล่อยฟีโรโมนออกมาทำให้ Drone รู้ว่ามีนางพญา โดยอาศัยการดมกลิ่น 2. Drone Congregation Area (DCA) คือบริเวณที่ Drone มารวมตัวกัน เพื่อผสมพันธุ์ โดยมีการศึกษาแล้วว่าผึ้งจะผสมพันธุ์กันกลางอากาศ ผึ้งแต่ละชนิดจะมีลักษณะ DCA จำเพาะแตกต่างกันไป ถ้าขาดปัจจัยสำคัยไปแล้ว จะทำให้จำนวนผึ้งที่มาผสมพันธุ์น้อยมากหรือไม่มีเลย (ปกติ Drone ที่มาผสมพันธุ์ครั้งหนึ่งจะมีจำนวนมาก ในบางครั้งมากถึง 10,000 หรือ 100,000 ตัว) และยังมีปัจจัยย่อยๆ ที่มีผลต่อการผสมพันธุ์อีก เช่น ผึ้งจะผสมพันธุ์กันตอนแดดจัด ฝนไม่ตก โดยผึ้งแต่ละชนิดจะมีเวลาออกไปผสมพันธุ์ต่างกันไป ปัจจุบัน DCA พบในผึ้งบางชนิดเท่านั้น เช่น ผึ้งหลวง ส่วนผึ้งมิ้ม เป็นผึ้งที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย แต่ยังไมมีการค้นพบ DCA ของผึ้งมิ้ม จึงเป็นจุดที่น่าสังเกต DCA ถือเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่จะนำไปสู่การศึกษาการผสมพันธุ์ของผึ้งในขั้นต่อๆไปได้ เช่น หาจำนวน Drone ที่ผสมพันธุ์กับนางพญา 1 ตัว (ในการผสมพันธุ์ของผึ้งครั้งหนึ่งๆ เกิดจาก Drone หลายๆตัวกับนางพญา 1 ตัว วัตถุประสงค์ของโครงงานนี้ คือ หา DCA ของผึ้งมิ้ม (Apis florae) จากข้อมูล ผึ้งที่มีลักษณะหรือพฤติกรรมคล้ายกัน DCA ก็จะคล้ายกัน แต่ DCA ของผึ้งชนิดต่างๆที่พบมาแล้วในปัจจุบันนั้น ไม่มีชนิดใดเลยที่มีลักษณะหรือพฤติกรรมคล้ายผึ้งมิ้ม จึงทำให้ยากต่อการคาดคะเนหา DCA ของผึ้งมิ้ม แต่จากการที่วิเคราะห์พฤติกรรมต่างๆของผึ้งมิ้ม และจากพฤติกรรมการผสมพันธุ์ของผึ้ง ซึ่งครั้งงหนึ่งจะมี Drone จำนวนมาก จึงตั้งสมมติฐานว่า DCA ของผึ้งมิ้มเป็นบริเวณพื้นที่โล่งและมีต้นไม้รอบๆ และได้ทำการทดลองหา DCA ของผึ้งมิ้ม โดยจำลองนางพญาเทียมคือ นำไม้คอร์กหยดฟีโรโมน ไปผูกติดกับลูกโป่ง และหา DCA โดยนำนางพญาเทียมไปลอย ณ ตำแหน่งต่างๆ และสถานที่ต่างๆ ซึ่งได้ไปทดลอง ณ สถานที่ ดังนี้ 1. บริเวณต่างๆของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2. บริเวณต่างๆของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 3. แม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งผลการทดลองที่ได้ คือ ยังไม่พบ DCA ทั้ง 3 ที่โดยไม่มี Drone มาตอมนางพญาเทียมที่ทำไว้เลย จากการวิเคราะห์และสรุปแล้วสาเหตุที่ไม่พบน่าจะมาจาก 1. สมมติฐาน DCA ของผึ้งมิ้มผิด 2. ฟีโรโมนที่ใช้ในการทดลองไม่ active เนื่องจากมีการเก็บมานาน อาจทำให้สารเคมีเสื่อมสภาพซึ่งในการทดลองครั้งต่อๆไปจะมีการเปลี่ยนฟีโรโมน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และหา DCA ของผึ้งมิ้มต่อไป หมายเหตุ เวลาในการผสมพันธุ์ของผึ้งมิ้มอยู่ช่วงเวลา 14.30 – 16.00 น. ฤดูการผสมพันธุ์ของผึ้งมิ้มอยู่ในช่วง ปลายเดือนมกราคม – ต้นเดือนเมษายน