โครงงานจัดทำโปรแกรมช่วยในการแต่งและแก้ไขกลอน (Poetry)

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ชัชวาล วัชรมโนธรรม

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • อัศนีย์ ก่อตระกูล

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

กลอนเป็นความงามทางภาษาที่มีความประณีตงดงามซึ่งมีมาแต่โบราณ การแต่งกลอนนั้นไม่เพียงแต่อาศัยความรู้ แต่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และฐานความรู้มากมายอีกด้วย เพื่อที่จะสรรคำให้มาสอดคล้องในสัมผัสอย่างลงตัวและสละสลวย แต่สภาพสังคมในปัจจุบันที่มีข้อจำกัดหลายด้านกำลังบีบบังคับให้กลอนเลือนหายไปจากสังคมไทยอย่างน่าเสียดาย โครงงานนี้จัดทำขึ้นโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้บุคคลทั่วไปในใจกลอนมากขึ้น โดยทดแทนปัจจัยสำคัญในการแต่งกลอนที่ถูกจำกัดไปคือ ความรู้ ความเชี่ยวชาญและ ฐานความรู้ ทางด้านความรู้นั้นโดยการเก็บข้อมูลฉันทลักษณ์อันเป็นลักษณะบังคับที่จำเป็นต้องใช้ในการแต่งกลอนไว้เป็นระบบกฎที่จะแนะนำผู้ใช้อัตโนมัติขณะที่พิมพ์ทำให้บุคคลทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องฉันทลักษณ์มาก่อนสามารถแต่งกลอนได้ ทางด้านความเชี่ยวชาญนั้นโดยระบบเชื่อมโยงสัมผัสซึ่งจะแสดงให้ผู้ใช้เห็นความสัมพันธ์ในเชิงเสียงของแต่ละพยางค์ และระบบช่วยแนะนำคำแทนเพื่อสัมผัสภายใน หลากคำ ด้านฐานความรู้โดยการเก็บข้อมูลคำมาจัดระบบให้ส่วนอื่นๆ ของโปรแกรมสามารถเรียกใช้ได้ รวมทั้งระบบอรรถาภิธาน ทำให้โปรแกรมสามารถเลือกสรรคำเพื่อใช้งานได้อย่างครอบคลุม โปรแกรมต้นแบบที่ต้องการออกแบบในโครงการนี้ได้นำฉันทลักษณ์ของกลอนสี่สุภาพมาใช้เป็นหลัก เนื่องจากเป็นฉันทลักษณ์ที่มีความซับซ้อนน้อยเหมาะสำหรับเป็นต้นแบบของโปรแกรม อีกทั้งยังง่ายต่อการแต่งและการอ่านกลอนอีกด้วย ในโครงงานนี้ได้วางเป้าหมายที่จะออกแบบโครงของระบบต่างๆ ในโปรแกรมรวมทั้งสร้างฐานข้อมูล กฎ และฐานข้อมูลคำขนาดเล็ก เพื่อประกอบการศึกษาทดลอง จากการทำโครงงานที่ได้ดำเนินมานั้นยังไม่สามารถให้ผลในทางรูปธรรมที่สามารถใช้งานจริงได้ เนื่องจากผู้ทำยังไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติมากเพียงพอ อีกทั้งความรู้ทางด้านนี้ยังต้องได้รับความสนใจและพัฒนาอีกมาก ผลจึงได้แค่แนวคิด แผนงาน และกฎฉันทลักษณ์ บางส่วนเท่านั้น หากสามารถดำเนินการศึกษาโครงงานนี้ต่อจนสำเร็จแล้ว จะได้โปรแกรมต้นแบบ ซึ่งมีระบบย่อยซึ่งสามารถนำไปพัฒนาต่อใช้ได้อย่างมากมาย อาทิเช่น ระบบตัดคำ (เดิมได้นำแนวคิดการตัดต่อคำแบบฮิวริสติกมาดัดแปลง) ระบบวิเคราะห์องค์ประกอบเสียงจากข้อความ ระบบประมวลผลทางด้านเสียงสำหรับกลอน เป็นต้น ความรู้ทางด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติยังจำเป็นที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ก้าวเข้าใกล้ความจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นทำให้มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ได้ง่ายและหลากหลายกว่าเดิม