ผลของส่วนสกัดหยาบจากใบโพทะเลในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus และ Streptococcus pyogenes

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • จิรวัฒน์ ธเนศธาดา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • สรชัย แซ่ลิ่ม สุภาวดี ศรีทาหาญ อรวรรณ ปิยะบุญ

  • พิทักษ์ สันตนิรันดร์

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

มหิดลวิทยานุสรณ์

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาเคมี

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โพทะเล (Thespesia populnea (Linn) Soland ex. Correa) เป็นพืชสมุนไพรโบราณ จากรายงานการวิจัยของ Nagappa A.N. (2543) พบว่า ผลโพทะเล (Thespesia populnea (Linn.) Soland. ex Correa) มีส่วนช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น 79.17 % ใน 8 วัน และช่วยในการลดขนาดแผลเป็นลง 32.81 % ส่วนในใบโพทะเลยังไม่มีรายงานการวิจัย ดังนั้น จึงได้ทำการศึกษาถึงสมบัติการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคที่ผิวหนัง คือ Staphylococcus aureus และ Streptococcus pyogenes ของส่วนสกัดหยาบจากใบโพทะเล (Thespesia populnea (Linn.) Soland. ex Correa) ซึ่งทำการทดลองโดยนำใบโพทะเล 300 กรัม มาแช่ในตัวทำละลาย เฮกเซน อะซิโทน เมทานอล เอทานอล และน้ำ ตามลำดับ เมื่อนำไประเหยแห้ง เอาตัวทำละลายออกจะได้ส่วนสกัดหยาบของเฮกเซน (6.22 g) ส่วนสกัดหยาบของอะซิโทน (12.84 g) ส่วนสกัดหยาบของเมทานอล (11.24 g) ส่วนสกัดหยาบของเอทานอล (10.91 g) และส่วนสกัดหยาบของน้ำ (35.84 g) ตามลำดับ นำส่วนสกัดหยาบของใบโพทะเลทั้ง 5 ส่วน มาทดสอบสมบัติการยับยั้งแบคทีเรียที่ก่อโรคบริเวณผิวหนังคือ Staphylococcus aureus และ Streptococcus pyogenes โดยใช้วิธี Broth dilution susceptibility test (2 fold dilution) พบว่า ส่วนสกัดหยาบอะซิโทนสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียทั้งสองชนิดได้ดีที่สุดโดยมีค่า Minimum Inhibitory Concentration (MIC) และค่า Minimum Bactericidal Concentration (MBC) มีค่าเท่ากับ 3.2 และ 6.4 mg/ml ตามลำดับ