การตรวจวัดแก๊สเรดอนในน้ำบาดาล อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยวิธีการกัดรอยทางนิวเคลียร์

ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • พวงเพชร ศรีประดู่

  • สมโภชน์ นันบุญ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • วิจิตร เชาว์วันกลาง

สถาบันการศึกษาที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ระดับการศึกษา

โครงงานในระดับการศึกษาปริญญาโทขึ้นไป

หมวดวิชา

โครงงานในสาขาวิชาฟิสิกส์

วันที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

01 มกราคม 2541

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิจัยนี้ได้ทำการตรวจวัดความเข้มข้นของแก๊สเรดอนในน้ำบาดาล โดยใช้อุปกรณ์ชุดตรวจวัดรอยรังสีแอลฟาบนแผ่นพลาสติก CR 39 แล้วเก็บตัวอย่างน้ำไว้จนครบกำหนด 40 วัน จึงนำมากัดขยายรอยทางนิวเคลียร์ด้วยสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) ความเข้มข้น 6.25 N ที่อุณหภูมิ 85๐C เป็นเวลานาน 100 นาที ค่าความหนาแน่นรอยรังสีแอลฟาที่เกิดขึ้นบนแผ่นพลาสติก CR 39 ต่อพื้นที่ 100 ตารางมิลลิเมตร สามารถนำมาคำนวณหาค่าความเข้มข้นของแก๊สเรดอนในน้ำบาดาลได้ ผลจากการเก็บตัวอย่างน้ำบาดาลในบริเวณอำเภอสหัสขันธ์ จำนวน 32 ตัวอย่าง พบว่าบริเวณที่มีปริมาณความเข้มข้นแก๊สเรดอนเฉลี่ยต่ำสุดคือ บ้านม่วงกุญชร มีค่าเท่ากับ 1,023.25± 4.96 Bq /m3 และตรวจพบปริมาณความเข้มข้นแก๊สเรดอนเฉลี่ย สูงสุด ณ บ้านโคกไม้งาม มีค่าเท่ากับ 2,292.99± 11.11 Bq/m3 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่ามาตรฐาน Abstract:The project aims to investigate concentration of radon in ground water by using plastic CR 39 to detect alpha particle on 40 days. Tracking CR 39 with 0.625 N NaOH at 85 ๐C for 100 minutes the follow with etching process.Alpha tracks were counted under optical microscope.The track density of the plastic gived the radon concentration level in water.There were 32samples of ground water. The minimum average radon concentration was 1,023.25 ± 4.96 Bq/m3 founded at Moungkhoonchorn village and the maximum average concentration was 2,292.99 ± 11.11 Bq/m3 founded at Kokmaigharm village. The quantity of radon were lower than the USEPA action level.