โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องประสิทธิภาพการต่อต้านแบคทีเรียโดยใช้สารสกัดจากผักกูด Diplazium eculentum

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ธัญลักษณ์ อินตา

  • ปิยธิดา ยังมั่ง

  • วรัชญ์ คงความซื่อ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา”

รางวัลการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์

aม.ต้น ชนะการประกวดรางวัลรางวัลเชิดชูเกียรติ ภาคเหนือตอนบน

คำสำคัญ (keywords) ของโครงงาน
  • ผักกูด สารสกัด

  • แบคทีเรีย การกำจัด

ประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดหยาบจากผักกูด ในการยับยั้งการเจริญของเชื้อ Escherichia coli, Salmonella typhi, Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus โดยวิธี Diskdiffusion method ของสารสกัดหยาบจากผักกูด ด้วยตัวทำละลายที่เป็นน้ำกลั่นและเอทานอล 95% พบว่าส่วนต่าง ๆ ของผักกูดและตัวทำละลายที่ใช้ในการสกัดมีผลต่อการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย โดยตัวทำละลายที่เป็นน้ำกลั่นสามารถสกัดสารยับยั้งออกมาได้ดีกว่าเอทานอล 95% และสารสกัดหยาบที่ได้จากส่วนของใบด้วยตัวทำละลายที่เป็นน้ำกลั่นสามารถออกฤทธิ์การยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับชุดควบคุมโดยใช้สารละลายคอแรม (coram) การทดสอบการยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียทั้ง 4 ชนิด ด้วยสารสกัดหยาบจากผักกูดพบว่า สารสกัดที่ได้จากส่วนของใบที่สกัดด้วยน้ำกลั่นสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ Salmonella typhi ได้ดีที่สุด ให้ค่าเฉลี่ยของวงใสอยู่ที่ 12+-4.42 มิลลิเมตร สารสกัดที่ได้จากส่วนของรากที่สกัดด้วยเอทานอล 95% สามารถยับยั้งการเจริญของ Escherichia coli ได้ดีที่สุด ให้ค่าเฉลี่ยวงใสที่ 10.33+-0.47 มิลลิเมตร สารสกัดที่ได้จากส่วนของเหง้าที่สกัดด้วยน้ำกลั่น สามารถยับยั้งการเจริญของ Staphylococcus aureus ได้ดีที่สุด ให้ค่าเฉลี่ยวงใสที่ 9.83+-7.44 มิลลิเมตร และสารสกัดที่ได้จากส่วนของเหง้าที่สกัดด้วยเอทานอล 95% สามารถยับยั้งการเจริญของ Bacillus cereus ได้ดีที่สุด ให้ค่าเฉลี่ยวงใสที่ 9.5+-1.78 มิลลิเมตรตามลำดับ