โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องเตาเผาถ่านเคลื่อนที่

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ขวัญฤทัย แซ่เตียว

  • ดนัย ผินประดับ

  • พุทธชาติ เพชรรักษา

  • สำเนา ดวงภุมเมศร์

  • สำเนียง ดวงภุมเมศร์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • พนม ทองภูเบศร์

  • เสาวนีย์ ทองภูเบศร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนปะทิววิทยา

รางวัลการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์

ม.ปลาย ชนะการประกวดรางวัลที่ 1 ทั่วไป ภาคใต้

การตีพิมพ์ผลงาน

วารสารบทคัดย่อการศึกษาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี 2536 4(11) p72

ประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

จากวิธีการเผาถ่านจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเช่น กะลามะพร้าวของชาวบ้านโดยทั่วไปแล้ว เป็นการเผาในถังน้ำมันขนาดบรรจุ 200 ลิตร โดยมิได้ดัดแปลงอะไรเลยมีหลักการเผาคือก่อไฟในถังน้ำมันแล้วจึงใส่วัสดุที่ต้องการเผาลงไปจนเต็มถัง รอจนไฟลุกแดงแล้วจึงใช้กระสอบป่านซับน้ำมาปิดปากถังและใช้ดินโบกปากถังซึ่งทำให้สิ้นเปลืองกระสอบมาก เพราะการเผาแต่ละครั้งจะใช้กระสอบไม่ต่ำกว่า 1 ใบ ส่วนเตาเผาถ่านขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติก็ไม่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยเพราะเมื่อวัสดุเผาเป็นถ่านได้ที่แล้วจะต้องคว่ำเตา ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ทำการเผาได้ อีกทั้งถ่านที่ได้ก็อาจแตกละเอียด ซึ่งจะได้ถ่านประมาณร้อยละ 25 โดยน้ำหนัก ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงคิดว่าน่าจะมีเตาเผาถ่านที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อเวลาที่ถ่านลุกแดงดีแล้วไม่ต้องคว่ำถังหรือไม่ต้องใช้กระสอบป่านซับน้ำปิดปากถัง อีกทั้งเวลาในการเผาก็ไม่ควรใช้เวลามากนักและสามารถขนย้ายเตาไปยังที่ใด ๆ ก็ได้จึงได้ร่วมกันคิดค้นและดัดแปลงการทำเตาโดยเอาเตาถ่านของชาวบ้านมาผสมผสานกับเตาเผาถ่านองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติมาทำเป็นเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพดีกว่า ภายใต้ชื่อเตาเผาถ่านเคลื่อนที่ ซึ่งหลักการทำงานของเตาเผาถ่านเคลื่อนที่นี้คือ การเผาในที่ ๆ อับชื้นหรือไม่ให้อากาศผ่านเข้าไปได้มากนัก เมื่อจะเริ่มทำการเผาให้เปิดรูด้านข้างออกทั้งสามรูและเริ่มจุดไฟ โดยใส่วัตถุดิบลงไป 1 ใน 3 ของถัง พอถ่านเริ่มไม่มีควันก็ให้อุดรูช่องที่ 1 ต่อมาก็ใส่วัตถุดิบลงไปเป็น 2 ใน 3 ของถัง พอถ่านเริ่มไม่มีควันก็ให้อุดรูช่องที่ 2 แล้วจึงใส่วัตถุดิบให้เต็มถัง พอถ่านลุกแดงดีแล้วก็ให้อุดรูช่องที่ 3 และปิดปากถัง โดยใช้ดินโบกปากถังแล้วจึงปิดฝาและขันน๊อตให้แน่นทิ้งไว้ค้างคืน ผลการเผาถ่านจากกะลามะพร้าวพบว่าได้ถ่านเฉลี่ยร้อยละ 33.66 โดยน้ำหนัก ดังนั้นเตาเผาถ่านเคลื่อนที่จึงมีประโยชน์สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่ได้ตั้งไว้