๑๑.๑ บทสรุป

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง คือ ความพอมีพอกินซึ่งความพอมีพอกินนี้ก็แปลว่าเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงอธิบายความหมายไว้ในวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑ ณ ศาลาดุสิดาลัยว่า "คำว่าพอเพียงมีความหมายกว้างขวางกว่าความสามารถในการพึ่งตนเอง หรือความสามารถในการยืนบนขาของตนเองเพราะความพอเพียงหมายถึง การที่มีความพอ คือมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดนี้ มีความคิดว่าจะอะไรต้องเพียงพอ หมายความว่า พอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อาจจะเป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น" ในที่สุดพระองค์ได้ทรงสรุปว่า "เศรษฐกิจพอเพียงนี้ก็แปลว่า ความพอประมาณและความมีเหตุผล"

ดังนั้นแนวคิดนี้มีความเป็นเหตุเป็นผลตามแนวพุทธรรมนั่นคือ ซื่อตรงและไม่โลภอย่างมาก ซึ่งต่างกับการมีเหตุผลตามแนวคิดตะวันตก ที่เน้นประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง โดยเชื่อว่า ในที่สุดเมื่อทุกคน*๒ วรรณกรรมปริทัศน์ ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตน สังคมโดยรวมก็จะได้รับประโยชน์ด้วย ทั้งหมดนี้เป็นการอธิบายความมีเหตุผลแบบตะวันตก ซึ่งมีลักษณะของความเป็นตรรกะที่ไม่เป็นจริงในทุกกรณี

คำว่าพอประมาณนั้นมีความหมายเช่นเดียวกับ "ทางสายกลาง" ในพุทธธรรม คือไม่เอียงไปในทางที่ถูกครอบงำด้วยกิเลส แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทรมานตนเองจนเกิดความทุกข์ยาก ถ้าใช้ความคิดแบบเศรษฐศาสตร์ตะวันตก ความพอประมาณคือจุดที่ดีที่สุด ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นจุดที่สูงที่สุดหรือต่ำสุด ภายใต้สถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง (Optimization)

โดยสรุป ถ้าหากจะดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องประกอบด้วย

  • การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม นั่นคือการที่เทคโนโลยีมีราคาไม่แพงแต่ถูกหลักวิชา

  • การที่ขนาดการผลิตที่เหมาะสม สอดคล้องกับความสามารถในการบริหารจัดการ

  • ไม่โลภเกินไป และไม่เน้นกำไรระยะสั้นเป็นหลัก

  • เน้นความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบการ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค และไม่เอารัดเอาเปรียบแรงงานหรือลูกจ้าง และผู้จำหน่ายวัตถุดิบ

  • เน้นการกระจายความเสี่ยงในแง่ของการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และ/หรือ มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนผลผลิต และปัจจัยการผลิตได้ง่าย

  • เน้นการบริหารความเสี่ยงต่ำ (Downside risk management) โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ก่อให้เกิดหนี้จนเกินขีดความสามารถในการจัดการ

  • เน้นการตอบสนองความต้องการของตลาดภายในท้องถิ่น ตลาดในภูมิภาค ตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศตามลำดับ

การพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจกับพุทธเศรษฐศาสตร์นี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงก็จำเป็นต้องเข้าใจว่า เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจที่พัฒนามาจากหลักพุทธธรรมหรือคำสอนของพระพุทธเจ้า อันเป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมไทยที่ต่างจากแนวคิดเศรษฐศาสตร์ตะวันตก ดังนั้นเมื่อฐานความคิดดังกล่าวอยู่ในวัฒนธรรมไทย จึงมีความเป็นไปได้ที่จะกล่าวถึงความสามารถในการนำเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในบริบทของสังคมไทยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพการประยุกต์ใช้แนวคิดดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมได้ในที่สุด

การนำเสนอตัวอย่างที่จะเป็นรูปธรรมของเศรษฐกิจพอเพียงกับการสร้างสวัสดิการทางสังคม เพื่อแสดงให้เห็นว่าความคิดดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างแท้จริง และท้ายสุดคือการใช้สวัสดิการสังคมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ภายหลังจากผ่านขั้นตอนของการยอมรับเอาภูมิปัญญาแบบตะวันตกมาใช้แล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งจะต้องหาแนวทางที่เหมาะสมกับประเทศไทยต่อไป วรรณกรรมปริทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง