๔.๑.๓ ข้อสังเกตและความเห็นของผู้สรุป

(๑) กลุ่มที่เห็นว่าเป็นแนวคิดที่อยู่เหนือแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์

ผู้ที่มีความคิดในกลุ่มนี้ มิได้แยกให้เห็นการวิเคราะห์เศรษฐกิจพอเพียงจาก Positive aspect และ Normative aspect อย่างเด่นชัด จริงอยู่ที่แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นแนวคิดที่มาจากข้อสมมติฐานที่ว่า ความต้องการของมนุษย์ไม่จำกัด (Non-satiated preference) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐศาสตร์ใน Positive aspect จะไม่สามารถเข้ามามีบทบาทในการอธิบายความสัมพันธ์ของแต่ละองค์ประกอบของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้

อีกนัยหนึ่ง หากเรานิยามความหมายของ "เศรษฐศาสตร์" ในความหมายที่กว้างที่สุดที่ครอบคลุมถึง Optimisation process ใด ๆ แล้ว ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงก็ไม่น่าจะเป็นแนวคิดที่อยู่เหนือแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์

(๒) กลุ่มที่มีความเห็นตรงกลาง

ความหมายของ "ความพอเพียง" อาจไม่ตรงกับความหมายของ "ดุลยภาพ" ทางเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากความพอเพียงนั้นน่าที่จะเป็นความพอเพียงเมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์หนึ่ง ๆ ที่เป็นมาตรฐานทางสังคม จึงเป็นแนวคิดในเรื่อง Normative ในขณะที่ดุลยภาพเป็นการวิเคราะห์ในเชิง Positive แต่เพียงอย่างเดียว

แนวคิดในเรื่องความเสี่ยงเป็นสิ่งที่สมควรได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียดรอบคอบ โดยธรรมชาติแล้วความเสี่ยงสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท และไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงทุกประเภทจะถูก minimised โดยการพึ่งตนเอง ผู้วิเคราะห์จึงควรแยกแยะให้ชัดเจนว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามความเข้าใจของผู้วิเคราะห์นั้นสามารถ minimise ความเสี่ยงประเภทใด และไม่สามารถ minimise ความเสี่ยงประเภทใด

(๓) กลุ่มที่เห็นว่าเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก

ความพอเพียงไม่น่าที่จะหมายถึง ความไม่มากจนเกินไป แต่เพียงเท่านั้น หากยังครอบคลุมถึงความไม่น้อยจนเกินไปด้วยการมองความพอเพียงว่าเป็นพฤติกรรมใด ๆ ในกรอบของความจำกัดทางรายได้ (กล่าวคือ ถ้าไม่เกินศักยภาพในการหารายได้ของตนก็ถือว่าพอ) จึงอาจไม่สามารถอธิบายพฤติกรรมของผู้ที่มีรายได้มาก หรือน้อยกว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมาก

ประเด็นเรื่อง Trade-off ระหว่าง Efficiency และ Risk ของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องสำคัญที่สมควรได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยหากวิเคราะห์แต่เพียงผิวเผินแล้วอาจดูเสมือนว่า Trade economy นำมาซึ่ง Efficiency ในขณะที่ Sufficiency economy เป็นเครื่อง Minimize risk ฉะนั้นหากเป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจอยู่ที่การเพิ่ม Efficiency ไปพร้อม ๆ กับ Minimize risk ก็ควรที่จะมี Optimal combination ของเศรษฐกิจ ที่เป็นทั้ง Trade economy และ Sufficiency economy บทบาทของ Sufficiency economy ในที่นี้จึงสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงประเภทหนึ่งได้

อย่างไรก็ตาม Sufficiency economy ในตัวอาจเป็นระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นในเรื่อง Efficiency ได้เช่นกัน กล่าวคือในประการแรก เป็น Efficiency ในระยะยาว โดยมี Expected pay-off ๑๖ วรรณกรรมปริทัศน์ ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสูงกว่าเมื่อพิจารณาในระยะยาว และในประการที่สอง อาจนำมาซึ่ง Overall efficiency เมื่อพิจารณา Efficiency โดยรอบด้าน (เมื่อรวม Non-marketable goods เช่น Social harmony) และหากเป็นเช่นนี้ ก็อาจกล่าวได้ว่า ไม่เกิด Trade-off ใด ๆ เกิดขึ้นจาก Sufficiency economy