เจ็ดตำนาน

เจ็ดตำนาน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ราชปริตร สำหรับใช้สวดใน พิธีต่างๆ คำว่า ปริตร แปลว่า คุ้มครองป้องกัน พระปริตรนี้เกิดขึ้นใน ลังกาทวีป ประมาณพุทธศักราช ๕๐๐ ดี เห็นจะเป็นเพราะพวกชาวลังกา ที่นับถือพระพุทธศาสนา ปรารถนาศิริมงคล และหวาดหวั่นต่อภยันตราย ตามธรรมดาสามัญมนุษย์ จึงไปขอให้พระสงฆ์เถรานุเถระชาวลังกาช่วยหา ทางในพระพุทธศาสนาสงเคราะห์ เพื่อให้เกิดศิริมงคลหรือป้องกันภยันตราย ให้แก่ตนตามแบบอย่างของพวกพราหมณ์ที่ถือว่าผู้ทรงพระเวท อาจร่ายมนต์ ให้เกิดศิริมงคล หรือป้องกันแก้ไขภยันตรายแก่มหาชนได้ เมื่อเป็นดังนี้ พระสงฆ์จึงได้คิดวิธีสวดพระปริตรขึ้นให้สมประสงค์ของประชาชน ได้คิดค้น ในพระไตรปิฎก เลือกเอาพระสูตรและคาถาที่สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยอันมี ตำนานอ้างว่า เกิดขึ้นเนื่องด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ มาสวดเป็นมนต์ เช่นเลือก เอารัตนสูตร ซึ่งมีตำนานว่าพระอานนท์เคยถือคุณพระรัตนตรัยระงับโรค ระบาด อันเกิดแต่ความอดอยากที่เมืองไพศาลีมาใช้เป็นมนต์สวด เป็นต้น

พระปริตรคงเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ ในชั้นเดิมจะสวดสูตรไหนหรือคาถา ไหน ก็เห็นจะแล้วแต่เหตุการณ์ เช่นนิมนต์ไปสวดเกี่ยวกับพิธีมงคลก็สวด มงคลสูตร ถ้านิมนต์ไปสวดให้คนเจ็บป่วย ก็สวดโพชฌงค์เป็นต้น เมื่อมีคน นิยมแพร่หลายขึ้น ทั้งมีผู้ประสงค์ให้พระสงฆ์สวดพระปริตร เพื่อเหตุการณ์ อื่น ๆ กว้างขวางออกไป พระสงฆ์ก็ค้นหาพระสูตรและคาถาในพระไตรปิฎก มาสวดเป็นพระปริตรมากขึ้นเป็นลำดับ

ต่อมา เห็นจะเป็นพระราชประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดินลังกาที่ทรง เห็นว่า พระสูตรและคาถาที่พระสงฆ์เลือกไปสวดให้ถูกต้องตามเหตุการณ์ อยู่ข้างจะสั้นไป และบางที่มีงานหลวง พระสงฆ์จะเลือกไม่เป็นที่ถูกพระราช อัธยาศัย จึงรับสั่งให้พระสังฆเถระคิดปรุงพระปริตรขึ้นสำหรับสวดในงาน หลวง ให้มีทั้งฝ่ายเจริญศิริมงคล และฝ่ายที่จะคุ้มครองป้องกันอุบัติวินตราย รวมอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ให้ยาวนัก พระสังฆเถระจึงเลือกพระปริตรต่าง ๆ เพิ่มเข้าเรียกว่า ราชปริตร แปลว่า มนต์คุ้มครองพระเจ้าแผ่นดิน

เมื่อมีราชปริตรเป็นแบบสำหรับสวดในพิธีหลวงขึ้นดังนี้ ประชาชน ต่างก็เกิดนิยมอยากให้สวดพระปริตรนั้นในที่อื่นบ้าง จึงเป็นประเพณีสืบมา เรียกราชปริตอย่างชนิดเจ็ดตำนานว่า จุลราชปริตร อย่างสิบสองตำนานว่า มหาราชปริตร

เจ็ดตำนาน คือมนต์เป็นเครื่องป้องกันภัยซึ่งมีอยู่เจ็ดสูตร และสูตร หนึ่ง ๆ ก็มีตำนาน คือเรื่องราวที่ให้เกิดสูตรนั้น ๆ ขึ้น จะได้กล่าวถึง ตำนานแต่ละสูตรในเจ็ดตำนานต่อไป