เล่มที่ 91
ส่วนที่ 406
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 406 อ้างอิง: Book 91, Section 406 ประเภท: section
เนื้อหา
อรรถกถาปัจจนียานุโลมปัฏฐาน จบ ปริโยสานวรรณนา อรรถกถาท้ายปกรณ์ ในปัฏฐาน ๔ มีธัมมานุโลมปัฏฐานเป็นต้น มีนัย ๙๖ คือ ในปัฏฐาน หนึ่ง ๆ มีอย่างละ ๔ นัย ด้วยประการฉะนี้ บรรดาปัฏฐานเหล่านั้นผู้ศึกษา พึงทราบ มหาปกรณ์ที่ชื่อว่าสมันตปัฏฐาน อันประกอบด้วยนัย ๒๔ นี้ ด้วยอำนาจแห่งนัยทั้งหลาย มีติกทุกปัฏฐาน เป็นต้นนั่นเอง ในปัฏฐานหนึ่ง อย่างละ ๖ นัย โดยไม่ต้องรวมเอานัยแห่งปัจจัยเข้าด้วย. ส่วนอาจารย์บางพวกตั้งมาติกาแห่งอารมณ์ โดยนัยว่า กุสลารมฺมโณ ธมฺโม อกุสลารมฺมโณ ธมฺโม เป็นต้นแล้ว แสดงอารัมมณปัฏฐานโดยนัย เป็นต้นว่า ธรรมที่มีกุศลเป็นอารมณ์เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่มีกุศลเป็นอารมณ์ ด้วยอำนาจของเหตุปัจจัยดังนี้แล้ว ยกปัฏฐานชื่อว่า ผัสสปัฎฐาน ขึ้น แสดงด้วยอำนาจแห่งผัสสะเป็นต้นอีก แต่ข้อนั้นไม่ปรากฏทั้งในบาลีและ อรรถกถา เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่วิจารณ์ไว้ในที่นี้ ก็ในอรรถกถานี้ ผู้ศึกษา พึงทราบว่าข้าพเจ้าอธิบายเฉพาะบาลีที่ยกขึ้นสู่สังคีติแล้วเท่านั้น. ก็ด้วยกุศลเจตนามีประมาณเท่านี้ ของข้าพเจ้า หมู่สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ผู้ สร้างกุศลเป็นต้น ลุ่มหลงแล้วในปัจจยา การใด ย่อมไม่ล่วงเลยสงสารอันแออัดไป ด้วยความทุกข์เป็นอเนกประการ พระศาสดา ผู้เป็นครูแห่งโลก ฉลาดในการจำแนกปัจจัย ทรงอาศัยปัจจยาการนั้นอันละเอียดลึกซึ้ง ยิ่งนัก เป็นภูมิเป็นที่แล่นไปแห่งพุทธญาณ อันต่างโดยธรรมมีกุศลเป็นต้น ทรงตั้ง พระทัยแน่วแน่ ประกาศพระอภิธรรมปกรณ์ ที่ ๗ ชื่อว่า ปัฏฐานใด ให้พิสดารด้วยนัย ทั้งหลาย อันกุลบุตรพึงเข้าถึงด้วยญาณวิถี ต่าง ๆ ข้าพเจ้าไม่ละแล้วซึ่งวาทะแห่ง อาจารย์ทั้งหลาย ชาวสีหลผู้เป็นวิภัชวาที ได้เริ่มไว้ดีแล้วด้วยศรัทธา ซึ่งอรรถกถา แห่งปัฏฐานนั้น โดยปราศจากอันตราย ใน เมื่อโลกกำลังมีอันตรายมากมาย อรรถกถา นี้ประกาศอรรถแห่งปัฏฐานปกรณ์อัน ประเสริฐทั้งสิ้น จบลงด้วยญาณวาร ๑๔ ภาณ- วารถ้วนในวันนี้ ฉันใด ขอความดำริอันดี งานทั้งปวงของชนเป็นอันมาก จงถึงความ สำเร็จเร็วพลัน ฉันนั้น. อรรถกถาแห่งพระอภิธรรม ๗ ปกรณ์ แม้ทั้งสิ้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง แห่งสัตว์โลก เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ได้ทรง แสดงแล้วที่เทวบุรีในเทวโลก จบแล้วด้วย คำมีประมาณเท่านี้. ข้าพเจ้าแต่งอรรถกถานั้นให้จบลง เพื่อให้พระธรรมดำรงอยู่ยั่งยืนนาน ให้ถึง แล้วซึ่งกุศลอันใด ด้วยอานุภาพแห่งกุศล นั้น ขอสัตว์ผู้มีปราณทั้งปวงจงรู้ธรรมอัน นำมาซึ่งความสุข แห่งพระสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระสัทธรรมราชาแล้ว จงบรรลุซึ่ง พระนิพพาน อันไม่มีความโศกความ คับแค้นใจ เป็นความสุขที่สูงสุด ด้วยการ ปฏิบัติสะดวกหมดจด ขอพระสัทธรรมจงตั้งอยู่สิ้นกาลนาน ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้เคารพใน ธรรม ขอฝนจงตกต้องตามฤดูกาล พระ- ราชาผู้ดีงามแต่เก่าก่อน ได้รักษาปวงชน โดยธรรมฉันใด ขอพระราชาพระองค์นี้ จงรักษาปวงชนนี้โดยธรรม เหมือนโอรส ของพระองค์ฉันนั้น แล. อรรถกถาแห่งปกรณ์ ชื่อว่า มหาปัฏฐาน จบบริบูรณ์ พระเถระผู้มีนามอันครูทั้งหลายถือเอา แล้วว่า พุทธโฆสะ ผู้มีความรู้หมดจด ไพบูลย์ประดับ ด้วยศรัทธา ความรู้ และความเพียร อันหมดจดอย่าง ยิ่ง ผู้รุ่งเรืองด้วยธรรมเป็นเหตุเกิดแห่งความดี มีศีล อาจาระ ความซื่อตรง และความอ่อนโยนเป็นต้น สามารถหยั่งลงสู่ชัฏ คือลัทธิของตนและลัทธิของผู้อื่น ประกอบด้วยความเฉียบแหลมด้วยปัญญา มีความรู้ไม่ ติดขัดในสัตถุศาสน์ ต่างโดยปริยัติ คือปิฎกสาม พร้อมทั้งอรรถกถา เป็นนักไวยากรณ์ใหญ่ ประกอบ ด้วยความงามแห่งถ้อยคำ ทั้งอ่อนหวานและกว้างขวาง เปล่งออกได้คล่อง ก่อให้เกิดกรณสมบัติ มีวาทะ ประเสริฐถูกต้อง คนอื่นเข้าใจง่าย เป็นกวีใหญ่ แวด ล้อมด้วยปฏิสัมภิทาอันแตกฉาน เป็นผู้ประดับวงศ์แห่ง พระเถระผู้อยู่ในมหาวิหารทั้งหลาย ผู้ซึ่งเป็นประทีป แห่งเถรวงศ์ มีความรู้อันตั้งมั่นดีแล้วในอุตริมนุษย- ธรรม อันประดับด้วยคุณต่างโดยคุณมีอภิญญา ๖ เป็น ต้น แวดล้อมด้วยปฏิสัมภิทาเป็นต้น ได้แต่งอรรถกถา อภิธรรมปิฎกแม้ทั้งสิ้นนี้ จบแล้ว.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ