เล่มที่ 82

ส่วนที่ 453

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 453 อ้างอิง: Book 82, Section 453 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความ พึงทราบนัยมุขในอายตนยมกนี้ ดัง ต่อไปนี้. คำว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านกล่าวหมายเอาโอปปา- ติกะผู้หูหนวกโดยกำเนิดในอบาย. ก็ผู้มีจักขุนั้น ย่อมเป็นผู้ไม่มีโสตเกิด ขึ้น. เหมือนพระธรรมสังคาหกาจารย์กล่าวแล้วว่า อายตนะ ๑๐ อย่าง อื่นอีกของใคร ๆ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ. อายตนะ ๑๐ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะของพวกเปรตผู้โอปปาติกะ ของพวกอสูรผู้ โอปปาติกะ ของพวกสัตว์ดิรัจฉานผู้โอปปาติกะ ของพวกสัตว์นรกผู้ โอปปาติกะ ของพวกคนหูหนวกแต่กำเนิด. จักขุอายตนะ รูปายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏ- ฐัพพายตนะ มนายตนะ ธัมมายตนะ ย่อมปรากฏแก่พวกเปรตผู้โอป- ปาติกะ ฯ ล ฯ แก่พวกคนหูหนวกมาแต่กำเนิด ในขณะอุบัติขึ้น. คำว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอายตนะที่บริบูรณ์ในสุคติ และทุคติ. และรูปพรหมผู้โอปปาติกะก็ผู้มีจักขุเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้มี โสตเกิดขึ้น เหมือนพระธรรมสังคหกาจารย์กล่าวไว้แล้วว่า อายตนะ ๑๑ อย่าง ของใคร ๆ ย่อมปรากฏในอุปัตติขณะแห่งกามธาตุ. อายตนะ ๑๑ อย่างย่อมปรากฏแก่พวกเทวดาชั้นกามาวจร พวกมนุษย์ปฐมกัป พวกเปรตผู้โอปปาติกะ พวกอสูรผู้โอปปติกะ พวกสัตว์ดิรัจฉานผู้ โอปปาติกะ พวกสัตว์นรกผู้โอปปาติกะ พวกสัตว์มีอายตนะบริบูรณ์.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ