เล่มที่ 82

ส่วนที่ 66

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 66 อ้างอิง: Book 82, Section 66 ประเภท: section


เนื้อหา

ใน สุทธักขันธวาระ คำถามว่า " รูปํ ขนฺโธ " ธรรมที่ชื่อว่า รูป ชื่อว่า ขันธ์ ใช่ไหม ? ย่อมตรัสถามว่า " รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง " ที่กล่าวว่า " รูป " รูปนั้นทั้งหมดเป็นขันธ์หรือ " ในคำถามนั้น เพราะรูปกล่าวคือ ปิยรูปสาตรูป ก็ดี ภูตรูป และ อุปาทารูป ทั้งหมดก็ดี ถึงการสงเคราะห์ในขันธ์ ๕. เพราะฉะนั้นพระองค์จึงตรัส รับรองว่า อามนฺตา ใช่. ในทุติยบท ควรถามว่า " ขันธ์ทั้งหลาย ชื่อว่า รูป ใช่ไหม ? " เพราะพระองค์ทั้งอธิบายรูปขันธ์ไว้ด้วยคำว่า รูป แล้ว ฉะนั้นจึงไม่ ทรงคำนึงถึง เมื่อจะตรัสถามด้วยอำนาจแห่งอรรถ จึงตรัสว่า ขันธ์ ทั้งหลาย ชื่อว่า รูปขันธ์ ใช่ไหม ? พึงทราบเนื้อความในบททั้งปวง โดยอุบายนี้ แม้ในนิทเทสวาระแห่งอายตนยมกเป็นต้น ข้างหน้าก็นัยนี้. แม้ในคำถามที่ว่า " สญฺา สญฺากฺขนฺโธ = ธรรมที่ชื่อว่า สัญญา ชื่อว่าสัญญาขันธ์ ใช่ไหม ? " นี้, ทิฏฐิสัญญา ก็ดี สัญญา ก็ดี พระองค์ตรัสว่า อามนฺตา = ใช่ เพราะความที่แห่ง ทิฏฐิสัญญาและสัญญา แม้ทั้งหมดก็เป็นขันธ์. แม้ในบทว่า " สงฺขารา สงฺขารกฺขนฺโธ = สังขาร ชื่อว่า สังขารขันธ์หรือ " ก็มีนัยนี้ ชื่อว่า สังขารที่พ้นจากความเป็นขันธ์ ย่อมไม่มี. ในปฏิโลม คำถามว่า " นรูปํ นขนฺโธ = ธรรมที่ไม่ชื่อว่า รูป ไม่ชื่อว่าขันธ์ ใช่ไหม ? " ดังนี้ พระผู้มีพระภาคย่อมตรัสถามว่า ธรรมชาติใดไม่ใช่รูป ธรรมชาตินั้นก็ไม่ใช่ขันธ ์ ใช่ไหม ? ก็ในวิสัชนา ปัญหานั้นว่า " รูปํ €เปตฺวา อวเสสา ขนฺธา น รูปํ ขนฺธา ยกเว้น รูปเสียแล้ว ขันธ์ทั้งหลายที่เหลือไม่ชื่อว่า รูป ชื่อว่า ขันธ์ " อธิบายว่า ขันธ์ทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้น อื่นจากรูปไม่ชื่อว่ารูป แต่ ชื่อว่าขันธ์.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ