เล่มที่ 80
ส่วนที่ 19
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 19 อ้างอิง: Book 80, Section 19 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็คำว่า ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺปรมฏฺเน นี้ เป็นคำถามของสกวาที. ด้วยคำถามนั้นท่านแสดงว่า ชนเหล่าใดผู้เป็น ปุคคลวาทีมีความเห็นอย่างนี้ว่า บุคคลมีอยู่ บัณฑิตควรถามชน เหล่านั้นอย่างนี้. ถามว่า ชนเหล่าไหนเป็นปุคคลวาที คือ ผู้มีวาทะว่าบุคคลมีอยู่ โดยแท้จริง ตอบว่า ๑ พวกภิกษุวัชชีปุตตกะ ภิกษุนิกายสมิตยะในพระพุทธ ศาสนา และอัญญเดียรถีย์เป็นอันมาก ภายนอกพระพุทธศาสนา บรรดาคำว่า ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺปรมฏฺเน เหล่านั้น คำว่า ปุคฺคโล แปลว่า บุคคลได้แก่อัตตา สัตว์ และชีวะ. ว่า อุปลพฺภติ ท่านอธิบายว่า ผู้เข้าถึงแล้วย่อมรู้ได้ คือ ย่อม รู้ได้ด้วยปัญญา. คำว่า สจฺฉิกฏฺโ ในคำว่า สจฉิกฏิปรมฺฏ - ๑. ทั้ง ๒ นิกายนี้มีความเห็นว่า บุคคลมีอยู่โดยปรมัตถะ โดยอธิบาย บุคคลของเขาไม่ใช่ขันธ์ ๕ และไม่นอกจากขันธ์ ๕ เหมือนไม่ใช่เชื้อไฟแต่ไม่ นอกไปจากเชื้อไฟ ผิดหลักอนัตตาของเพราะสารีบุตรนี้ถูกพระมหาโมคคัล- ลีบุตรติสสเถระโจมตีมากกว่า ลัทธิ อื่น ๆ. เน นี้ ได้แก่อรรถอันเป็นจริงที่บัณฑิตไม่พึงถือเอาด้วยอาการอันไม่ เป็นจริง ดุจพยับแดดอันเป็นมายา เป็นต้น. คำว่า ปรมฏฺโ ได้แก่ อรรถอันอุดม อันบัณฑิตไม่พึงถือเอาด้วยสามารถแห่งคำที่เล่าลือ กันมา เป็นต้น อธิบายว่า สกวาทีถามว่า ประเภทแห่งธรรม ๕๗ อย่าง ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ และอินทรีย์ ๒๒ ด้วยอรรถทั้ง ๒ คือสัจฉิกัตถะและปรมัตถะนั้นว่า ท่านหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถะ ดุจหยั่งเห็นรูปปรมัตถะ หรือ เป็นต้นข้างหน้าประเภทแห่งธรรมนั้นบัณฑิตย่อมหยั่งเห็นได้ด้วย ความเป็นจริงด้วยอรรถอันเป็นจริงฉันใด ท่านหยั่งเห็นบุคคลได้ตาม ความเห็นของท่านฉันนั้นหรือ ? ปรวาทีตอบรับรองว่า อามนฺตา แปลว่า ใช่ หรือ ถูกแล้ว ก็คำรับรองที่มาในที่อื่น ๆ ท่านใช้ คำว่า อาม ภนฺเต แปลว่า ใช่ครับ และใช้คำว่า อาม ซึ่ง แปลว่าใช่ เป็นต้น แต่ในพระอภิธรรมนี้ คำรับรองท่านใช้คำว่า อามนฺตา อธิบายในคำว่า อามนฺตา ต่อไป :-
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ