เล่มที่ 79

ส่วนที่ 389

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 389 อ้างอิง: Book 79, Section 389 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า "อริเยน" แปลว่า ไม่มีโทษ. บทว่า "อชฺฌตฺตํ" แปลว่า ในอัตภาพของตน. บทว่า "อนวชฺชสุขํ" แปลว่า ความสุขที่ปราศจากโทษ. ข้อว่า "โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา" อธิบายว่า ภิกษุนั้นเป็นผู้ประกอบด้วย ศีล- ขันธ์อันไม่มีโทษนี้ เพราะเห็นรูปด้วยจักขุวิญญาณ. แม้ในบทที่เหลือ คำใดที่ ข้าพเจ้าพึงกล่าว คำนั้นทั้งหมดข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ. บทว่า "อพฺยาเสกสุขํ" ได้แก่ ความสุขที่กิเลสทั้งหลายไม่รั่วรด. คำนี้ท่านกล่าว ว่า เป็นความสุขอันไม่เกลื่อนกล่น ดังนี้บ้าง. จริงอยู่ ความสุขในอินทรีย์สังวร ชื่อว่าเป็นความสุขอันไม่เกลื่อนกล่นแล้ว เพราะความเป็นไปด้วยเหตุสักว่า อารมณ์อันตนเห็นแล้วเป็นต้น ในบรรดาอารมณ์ทั้งหลายที่ตนเห็นแล้ว. ข้อว่า "โส อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต" อธิบายว่า ภิกษุนั้นประกอบด้วยความสำรวม อินทรีย์ทั้งหลาย ซึ่งมีใจเป็นที่หก ย่อมเป็นผู้กระทำสัมปชัญญะ ด้วยสามารถ แห่งสติสัมปชัญญะในที่ทั้งหลาย ๗ มีการก้าวไปข้างหน้าและถอยหลังกลับ เป็นต้นเหล่านี้. ในบรรดาบทเหล่านั้น คำใดที่ข้าพเจ้าพึงกล่าว คำนั้น ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในฌานวิภังค์แล. ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมอะไรไว้ ด้วยคำเป็นต้นว่า "โส อิมินา จ" ดังนี้ ตอบว่า พระองค์ทรงแสดงปัจจัยสมบัติ คือ การถึงพร้อมด้วยปัจจัย ของภิกษุผู้อยู่ในป่า ด้วยว่าปัจจัย ๔ คือ ศีลขันธ์ ๑ อินทรีย์สังวร ๑ สติ- สัมปชัญญะ ๑ ความสันโดษ ๑ เหล่านี้ไม่มีแก่ภิกษุใด การอยู่ในป่า ก็ไม่ สำเร็จประโยชน์แก่ภิกษุนั้น หมายความว่า ภิกษุนั้นจะต้องถึงความเป็นผู้อัน ใคร ๆ พึงตำหนิติเตียน กล่าวเปรียบด้วยสัตว์เดรัจฉาน และนายพรานป่า. เทวดาผู้สิงอยู่ในป่า ย่อมประกาศคำให้ได้ยินเสียงอันน่ากลัวว่า จะมีประโยชน์ อะไร ด้วยการอยู่ป่าของผู้ลามกเห็นปานนี้ พวกมนุษย์ทั้งหลายจะพากันเอามือ ลูบคลำศีรษะกระทำอาการให้เธอหนีไป ความไม่มียศของเธอย่อมฟุ้งไปว่า ภิกษุชื่อโน้นเข้าไปอยู่ป่าแล้วสร้างกรรมอันลามกอย่างนี้ ๆ ก็ปัจจัย ๔ เหล่านี้ มีอยู่แก่ภิกษุใด การอยู่ในป่าก็ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ภิกษุนั้น เพราะว่า เมื่อ เธอพิจารณาศีลของตน เมื่อไม่เห็นจุดดำด่างแต่สักอย่างหนึ่ง เธอก็จะยังปีติ ปราโมชให้เกิดขึ้นแล้ว ก็พิจารณาปีตินั้นอยู่ โดยความเสื่อมไปสิ้นไป แล้ว ย่อมหยั่งลงสู่ภูมิแห่งพระอริยะ. เหล่าเทพทั้งหลายที่สถิตอยู่ในป่ามีใจเป็นของตน มีจิตใจเบิกบาน ย่อมกล่าวสรรเสริญคุณ ด้วยเหตุนี้ ยศของภิกษุนั้น ย่อมแผ่ กว้างออกไป เหมือนหยาดน้ำมันที่บุคคลใส่เข้าไปในน้ำ ย่อมแผ่ขยายกว้างออก ไป ฉันนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ