เล่มที่ 79
ส่วนที่ 274
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 274 อ้างอิง: Book 79, Section 274 ประเภท: section
เนื้อหา
สองบทว่า "ผาตึ กเรยฺย" ได้แก่ พึงกระทำการเผยแผ่ คือ ทำให้ เจริญ. บทว่า "สาวชฺชานวชฺเช" ได้แก่ ธรรมที่มีโทษ และหาโทษ มิได้. บทว่า "หีนปณีเต" ได้แก่ ไม่ยิ่ง และไม่สูงสุด. บทว่า "กณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาเค" ความว่า ธรรมทั้งฝ่ายดำทั้งฝ่าย ขาวนั่นแหละท่านเรียกว่า สัปปฏิภาค แปลว่า มีส่วนเปรียบ ด้วยสามารถ แห่งอันปฏิปักษ์ เพราะมีการห้ามซึ่งกันและกัน. ก็ในที่นี้มีข้อสังเขปดังนี้ว่า บุคคลควรรู้กุศลธรรมทั้งหลายว่าเป็นกุศลธรรมทั้งหลาย เป็นต้น ด้วยปัญญา จักษุใด, ควรรู้อกุศลธรรมทั้งหลายว่า เป็นอกุศลธรรมทั้งหลาย เป็นต้น ด้วย ปัญญาจักษุนั้น แม้ในธรรมที่มีโทษ เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. ก็บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแม้ในภาวะที่เหลือโดยนัยนี้ว่า บุคคลพึง ทราบด้วยปัญญาจักษุใดว่า "บรรดาธรรมที่มีส่วนเปรียบด้วยธรรมฝ่ายดำและ ธรรมฝ่ายขาว สำหรับธรรมฝ่ายดำมีส่วนเปรียบด้วยธรรมฝ่ายขาว สำหรับ ธรรมฝ่ายขาวก็มีส่วนเปรียบด้วยธรรมฝ่ายดำ" ดังนี้ จักษุ คือ ปัญญา แม้ เห็นปานนี้ย่อมไม่มีแก่เขา. สองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ท่าน เรียกว่า อนฺโธ แปลว่า ผู้บอด เพราะไม่มีปัญญาจักษุอันเป็นเครื่องรวบรวม โภคทรัพย์อันเป็นไปในทิฏฐธัมมิกภพ คือ ภพนี้ และไม่มีปัญญาจักษุอันเป็น เครื่องยังประโยชน์ให้สำเร็จในสัมปรายิกภพ คือ ภพหน้า. บุคคลจำพวกที่ ๒ ท่านเรียกว่า เอกจกฺขุ แปลว่า ผู้มีตาข้างเดียว เพราะมีปัญญาจักษุอันเป็น เครื่องรวบรวมหาโภคทรัพย์ได้ในภพนี้ แต่ไม่มีปัญญาจักษุอันเป็นเครื่องยัง ประโยชน์ให้สำเร็จในภพหน้า. บุคคลจำพวกที่ ๓ ท่านเรียกว่า ทฺวิจฺกขุ แปลว่า ผู้มีตาทั้ง ๒ ข้าง เพราะมีปัญญาจักษุอันเป็นเครื่องยังประโยชน์ให้ สำเร็จในภพเบื้องหน้า.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ