เล่มที่ 79

ส่วนที่ 39

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 39 อ้างอิง: Book 79, Section 39 ประเภท: section


เนื้อหา

นกามาวจรธรรม อปริยาปันนธรรม อนุตตรธรรม ฯลฯ ยกเว้นนิพพานโดยความเป็นขันธ์แล้ว สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร ? สงเคราะห์ ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖. รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรม นิยยานิกรรม นิยต- ธรรม สรณธรรม ฯลฯ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ๒ ธาตุ ๒. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร ? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖. นรูปาวจรธรรม นอรูปาวจรธรรม อนิยยานิกธรรม อนิยตธรรม อรณธรรม สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? อรณธรรม ยกเว้นนิพพานโดยความเป็นขันธ์แล้ว สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘. สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร ? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ อะไร ๆ ที่สงเคราะห์ไม่ได้. ใน ปฏิจจสมุปปาทนิทเทส ๑ พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรง เริ่มคำ ปุจฉาว่า " อวิชฺชา กตีหิ ขนฺเธหิ " แต่ทรงแสดงคำวิสัชนาอย่างนี้เทียวว่า " อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา เอเกน ขนฺเธน " เป็นต้น. ในคำเหล่านั้น คำว่า " สงฺขารปจฺจยา วิญฺาณํ " อธิบายว่า เมื่อปฏิสนธิเป็นไปแล้ว วิปากวิญญาณ แม้ทั้งปวงก็เป็นไป. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า " สตฺตหิ ธาตูหิ สงฺคหิตํ " แม้ในนามรูป ก็พึงทราบด้วยสามารถแห่งความเป็นไปของปฏิสนธิ นั่นแหละ. ด้วยเหตุนั้น พระองค์ทรงรวบรวมแม้ซึ่งสัททายตนะ แล้วแสดง การนับสงเคราะห์ไว้ด้วยอายตนะ ๑๑ ในปฏิจจสมุปปาทนิทเทสนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ