เล่มที่ 79
ส่วนที่ 10
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 10 อ้างอิง: Book 79, Section 10 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็ ลัขณมาติกา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตั้งไว้อย่างนี้ว่า " สภาโค วิสภาโค " ดังนี้ ฉะนั้น ในการวิสัชนาปัญหานี้ จึงตรัสว่า " รูปขันธ์นับ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์หนึ่ง " เป็นต้น เพราะว่า ธรรมมีขันธ์เป็นต้นเหล่านี้ เป็นสภาคะของลักขณมาติกานั้น. บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า " เอเกน ขนฺเธน " ได้แก่ (นับสงเคราะห์ได้) ด้วยรูปขันธ์เท่านั้น. จริงอยู่. รูปอย่าง ใดอย่างหนึ่ง ย่อมถึงการนับสงเคราะห์ว่าเป็นรูปอย่างเดียว เพราะความเป็น ธรรมเสมอกับรูปขันธ์. เพราะฉะนั้น รูปท่านจึงสงเคราะห์ด้วยรูปขันธ์นั่นแหละ กำหนดเอาด้วยรูปขันธ์นั่นแหละ. สองบทว่า " เอกาทสหิ อายตเนหิ " ได้ แก่ เว้นจากมนายตนะ. เพราะรูปขันธ์แม้ทั้งปวงเป็นอายตนะ ๑๐ และเป็น ส่วนหนึ่งแห่งธัมมายตนะ ฉะนั้น รูปขันธ์นั้น ท่านจึงนับเอาแล้ว กำหนด แล้วด้วยอายตนะ ๑๑. สองบทว่า " เอกาทสหิ ธาตูหิ " ได้แก่ ด้วยธาตุ ๑๑ เว้นจากวิญญาณธาตุ ๗. ด้วยว่า ชื่อว่ารูปที่มิได้นับเนื่องในธาตุเหล่านั้นย่อม ไม่มี. ในนิทเทสแห่งอสังคหนัย ทรงทำคำถามโดยย่อไว้ว่า " กตีหิ อสงฺคหิโต " ดังนี้ แต่เพราะในการวิสัชนาแห่งปัญญานั้น อรูปขันธ์ ๔ มนายตนะ ๑ วิญญาณธาตุ ๗ เป็นวิสภาคะของรูปขันธ์ ฉะนั้น จึงตรัสว่า " จตูหิ ขนฺเธหิ " เป็นต้น. บัณฑิตพึงทราบบท สงฺคโห อสงฺคโห ในบททั้งปวงโดยนัยนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ