เล่มที่ 78
ส่วนที่ 883
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 883 อ้างอิง: Book 78, Section 883 ประเภท: section
เนื้อหา
วา ศัพท์ในบททั้งปวง ในคำว่า อตฺถิ เม อตฺตาติ วา นี้ เป็น นิบาตกำหนดเนื้อความ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอธิบายว่า ควานเห็นผิด ย่อมเกิดขึ้นอย่างนี้ก็ดี. ก็สัสสตทิฏฐิ ย่อมถือเอาซึ่งความที่ตนมีอยู่ในกาล ทั้งปวง ในคำว่า อตฺถิ เม อตฺตา นี้. คำว่า สจฺจโต เถตโต ได้แก่ โดยแท้จริง โดยมั่นคง. คำว่า อิทํ สจฺจํ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสอธิบาย ว่า โดยความเป็นสิ่งมั่นคงด้วยดี. คำว่า นตฺถิ เม อตฺตา (แปลว่า อัตตา ของเราไม่มี) อธิบายว่า ทิฏฐินี้ ชื่อว่า อุจเฉททิฏฐิ เพราะถือเอาความไม่มี แห่งสัตว์ผู้ปรากฏอยู่ในที่นั้น ๆ. อีกอย่างหนึ่ง ทิฏฐินี้ ชื่อว่า สัสสตทิฏฐิ พราะถือเอาอัตตาในกาล ทั้ง ๓ แม้เกิดก่อนว่า มีอยู่. อุจเฉททิฏฐิ ถือเอาอัตตาอันเป็นปัจจุบันเท่านั้น ว่า มีอยู่. คือว่า ชื่อว่า อุจเฉททิฏฐิ เพราะการถือว่า อัตตาในอดีตและ อนาคต แม้เกิดภายหลังว่า ไม่มีอยู่ ดังนี้ ราวกะทิฏฐิของบุคคลผู้มีความ เห็นว่า ของบูชายัญ อันเป็นเถ้าธุลี. สัสสตทิฏฐิของบุคคลผู้มีความเห็นว่า อัตตาเกิดขึ้นลอย ๆ เทียว จึงยึดถือว่า อัตตาในอดีตเท่านั้นไม่มี ดังนี้. คำว่า อตฺตนา วา อตฺตานํ สญฺชานามิ (แปลว่า ย่อมรู้จักอัตตาด้วยอัตตา ดังนี้ ก็ดี) อธิบายว่า ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า เราชื่อว่า ย่อมรู้จักอัตตา นี้ด้วยอัตตานี้ เพราะถือว่า อัตตาในขันธ์ โดยมีสัญญาขันธ์เป็นสีสะแล้วรู้ ขันธ์ที่เหลือด้วยสัญญา ดังนี้. คำว่า อตฺตนา วา อนตฺตานํ (แปลว่า รู้จักอนัตตาด้วยอัตตา) อธิบายว่า ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า เพราะรู้อัตตา เหล่านั้น โดยการถือเอาสัญญาขันธ์นั่นแหละว่าเป็นอัตตา แล้วก็ถือเอาขันธ์ ๔ ที่เหลือว่าเป็นอนัตตา. คำว่า อนตฺตนา วา อตฺตานํ (แปลว่า รู้จัก อัตตาด้วยอนัตตา) ได้แก่ ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า เพราะถือเอา สัญญาขันธ์ ว่าเป็นอนัตตา แล้วถือขันธ์ ๔ นอกนี้ว่าเป็นอัตตา เพราะรู้อัตตาเหล่านั้นด้วย สัญญา. การยึดถืออัตตาแม้ทั้งปวงเป็นสัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิ ดังกล่าวมา แล้วนั่นแหละ. ก็คำว่า วโท เวเทยฺโย (แปลว่า ผู้กล่าวผู้เสวย) นี้ เป็นคำ กล่าวทำสัสสตทิฏฐิแสะอุจเฉททิฏฐิให้มั่นคงทีเดียว. พึงทราบวินิจฉัยในคำ เหล่านั้น ดังนี้ ที่ชื่อว่า ผู้กล่าว (วโท) เพราะย่อมกล่าว อธิบายว่า ผู้กระทำ วจีกรรม. ชื่อว่า เวเทยฺโย เพราะอันบุคคลพึงเสวย อธิบายว่า อัตตาย่อม รู้จึงชื่อว่าย่อมเสวย. บัดนี้ อัตตานั้น ย่อมรู้ซึ่งธรรมใด เพื่อแสดงธรรมนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ตตฺร ตตฺร ได้แก่ ในโยนิ ในคติ ในฐิติ ใน นิวาส และนิกายทั้งหลาย หรือว่าในอารมณ์ทั้งหลายนั้น ๆ. คำว่า ทีฆรตฺตํ ได้แก่ สิ้นกาลนาน. คำว่า ปจฺจนุโภติ ได้แก่ ย่อมเสวย. คำว่า น โส ชาโต นาโหสิ ได้แก่ อัตตานั่นชื่อว่า ไม่เกิด เพราะการไม่เกิดเป็นธรรมดา อธิบายว่า อัตตานั้นมีอยู่ในกาลทุกเมื่อทีเดียว. ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละจึงว่า อัตตา ไม่ได้มีแล้วในอดีต จักไม่มีแม้ในอนาคต เพราะว่า อัตตาใดเกิด ขึ้นแล้ว อัตตานั้นได้มีแล้ว แต่อัตตาใดจักเกิด อัตตานั้นก็จักมี ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ