เล่มที่ 78
ส่วนที่ 620
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 620 อ้างอิง: Book 78, Section 620 ประเภท: section
เนื้อหา
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า จะทรงน้อมไปซึ่งนัยด้วยญาณนั้น โดย ประการใด เพื่อแสดงซึ่งอาการนั้น จึงตรัสคำว่า เย หิ เกจิ อตีตมทฺธานํ เป็นอาทิ. บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า อพฺภญฺึสุ (แปลว่า ได้รู้แล้ว) ได้แก่ สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง แทงตลอดแล้วในความรู้ทั้งหลาย. คำว่า อิมํเยว (แปลว่า นี้เอง) ได้แก่ สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ได้รู้ทุกข์ใดในอดีต จักไม่รู้แจ้งทุกข์นี้นั้นแหละหามิได้. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอธิบายไว้ เช่นนี้ ก็เพราะอรรถเป็นอย่างเดียวกัน. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วแม้ ในอดีตว่า เว้นตัณหาสมณพราหมณ์ทั้งหลายรู้แล้วซึ่งขันธ์อันเป็นไปในภูมิ ๓ นั่นแหละ เป็นทุกขสัจจะ รู้แล้วซึ่งสมุทัย คือ ตัณหานั่นแหละ รู้แล้วซึ่งนิโรธ สัจจะ คือ พระนิพพานนั่นแหละ รู้แล้วซึ่งมัคคสัจจะ คือ อริยมรรคนั่นแหละ แม้ในอนาคตก็จักแทงตลอดอย่างนี้เทียว แม้ในปัจจุบันก็จักแทงตลอดอย่างนี้ แหละ. ชื่อว่านัยทั้งหลายอื่นก็ตรัสไว้แล้วด้วยอรรถคล้ายกันทั้งนั้นแล. คำว่า อิทํ วุจฺจติ อนฺวเย าณํ (แปลว่า นี้เรียกว่า อันวยญาณ) นี้ ย่อมตรัสว่า นี้เป็นญาณเครื่องนำไป นี้เป็นญาณเครื่องน้อมไป นี้ญาณ เป็นเหตุ. คำว่า ปริจฺเฉทาณํ ได้แก่ ญาณเป็นเครื่องกำหนดจิต. คำว่า ปรสตฺตานํ แปลว่า ของสัตว์อื่น) ได้แก่สัตว์ที่เหลือเว้นตนเอง. คำว่า ปรสตฺตานํ นี้เป็นไวพจน์ของคำว่า สัตว์ที่เหลือ. คำว่า เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ (แปลว่า กำหนดรู้จิตของสัตว์เหล่าอื่นด้วยจิต) อธิบายว่า กำหนด จิตของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นด้วยจิตของตน แล้วรู้ได้โดยประการต่าง ๆ ด้วย สามารถแห่งจิตมีจิตมีราคะเป็นต้น. คำใดที่พึงกล่าวในบรรดาคำว่า จิตมีราคะ เป็นต้น คำนั้น ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในสติปัฏฐานวิภังค์ในหนหลังแล้ว แล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ