เล่มที่ 78

ส่วนที่ 369

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 369 อ้างอิง: Book 78, Section 369 ประเภท: section


เนื้อหา

เมื่อหมู่มนุษย์ทั้งปวงในบ้านหลังหนึ่งตายแล้ว เวลา (อายุ) ของชน คนเดียวที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งก็จะมีความตายเป็นธรรมดา เขาชื่อว่า ย่อมยินดียิ่ง ในการฟ้อนรำขับร้องเป็นต้น เป็นสิ่งไม่ควรมี ฉันใด ในทวารหนึ่ง ก็ฉัน นั้นนั่นแหละ เมื่ออาวัชชนจิตเป็นต้นพร้อมด้วยสัมปยุตตธรรม ตายไปแล้วใน ที่นั้น ๆนั่นแหละ ในขณะของจิตที่ยังเหลืออยู่นั้น ซึ่งก็มีความตายเป็นธรรมดา ชื่อว่า ย่อมยินดียิ่ง ด้วยสามารถแห่งความยินดียินร้ายและความหลงใหล แม้ ของชวนจิตก็หาควรจะมีไม่. พึงทราบ อสัมโมหสัมปชัญญะ ด้วยสามารถแห่ง ความเป็นธรรมชั่วขณะหนึ่ง ดังพรรณนามาฉะนี้. อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบ อสัมโมหสัมปชัญญะนั้น ด้วย สามารถแห่งการพิจารณาโดยความเป็นขันธ์ อายตนะ ธาตุและปัจจัย. จริงอยู่ในการพิจารณาโดยความเป็นขันธ์นั้น ดังนี้. จักษุ และรูปทั้งหลาย เป็น รูปขันธ์ จักขุวิญญาณที่ทำทัสสนกิจ เป็น วิญญาณขันธ์ เวทนาอันสัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณนั้น เป็น เวทนาขันธ์ สัญญา เป็น สัญญาขันธ์ ผัสสะ เป็นต้น เป็น สังขารขันธ์ ด้วยประการฉะนี้ การแลดูไปข้างหน้าและการแลดูข้าง ๆ เป็นเพราะการประชุมกันแห่งขันธ์ ๕ เหล่านี้ จึงปรากฏเกิดขึ้นได้. ในที่นี้ มีใครสักคนหนึ่งหรือ ที่แลดูไปข้างหน้า หรือย่อมแลดูข้าง ๆ. โดยทำนองเดียวกัน ย่อมพิจารณาโดยความเป็นอายตนะ คือ จักษุ เป็น จักขวายตนะ รูป เป็น รูปายตนะ จักขุวิญญาณที่ทำทัสสนกิจ เป็น มนายตนะ ธรรมที่สัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณ มีเวทนาเป็นต้นนั้น เป็น ธัมมายตนะ โดยประการฉะนี้ การแลดูไปข้างหน้าและการแลดูข้าง ๆ ย่อมปรากฏเกิดขึ้นได้เพราะการประชุมกันแห่งอายตนะ ๔ เหล่านั้น. ในที่นี้ จะมีใครสักคนหรือที่แลดูข้างหน้า หรือแลดูข้าง ๆ. โดย ความเป็นธาตุก็เหมือนกันนั่นแหละ คือ จักษุ เป็น จักขุธาตุ รูป เป็น รูปธาตุ จักขุวิญญาณ เป็น จักขุวิญญาณธาตุ ธรรมที่สัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณมีเวทนาเป็นต้นนั้น เป็น ธัมมธาตุ .


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ