เล่มที่ 78

ส่วนที่ 173

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 173 อ้างอิง: Book 78, Section 173 ประเภท: section


เนื้อหา

ข้อนี้ สมจริงดังที่ท่านกล่าวว่า ถ้าว่า มรรคย่อมละกิเลสทั้ง หลายที่เป็นอดีตได้ไซร้ ถ้าอย่างนั้นมรรคนั้นก็ยังกิเลสที่สิ้นไปแล้ว ให้สิ้นไปได้ย่อมยังกิเลสที่ดับไปแล้วให้ดับไปได้ ย่อมยังกิเลสที่ปราศ ไปแล้วให้ปราศไปได้ ย่อมยังกิเลสอันถึงซึ่งความเสื่อมไปแล้ว ให้ ถึงความเสื่อมไปได้ สิ่งใดอันเป็นอดีตมิได้มีอยู่ ย่อมละสิ่งนั้นได้. ถ้าว่า มรรคย่อมละกิเลสทั้งหลายอันเป็นอนาคตได้ไซร้ ถ้า อย่างนั้นมรรคนั้นก็ย่อมละกิเลสที่ยังไม่เกิดขึ้นแล้วได้ ย่อมละกิเลส ที่ยังไม่บังเกิดแล้ว อันไม่เกิดขึ้นแล้ว อันไม่ปรากฏแล้วได้ สิ่งใดอัน ยังไม่มาถึงอันมิได้มีอยู่ ย่อมละสิ่งนั้นได้. ถ้าว่า มรรคย่อมละกิเลสทั้งหลายที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า (ปัจจุบัน) ได้ ถ้าอย่างนั้น มรรคนั้นก็มีราคะย้อมแล้ว ย่อมละ ราคะ มีโทสะประทุษร้ายแล้วย่อมละโทสะ มีโมหะแล้ว ย่อม ละโมหะ มีมานะผูกพันแล้วย่อมละมานะ มีทิฏฐิยึดถือไว้แล้ว ย่อมละทิฏฐิ มีความฟุ้งซ่านแล้วย่อมละอุทธัจจะ มีความลังเลไม่ตั้ง มั่นแล้วย่อมละวิจิกิจฉา มีกิเลสที่มีกำลัง ย่อมละอนุสัยได้. ธรรม อันดำและขาวกำลังติดกันเป็นไปเป็นคู่ ๆ (เช่นนี้) มรรคภาวนา ก็ ย่อมประกอบไปด้วยสังกิเลส ถ้าอย่างนั้น มรรคภาวนาก็ไม่มี การ ทำให้แจ้งซึ่งผลก็ไม่มี การละกิเลสก็ไม่มี ธรรมาภิสมัย (การตรัสรู้ ธรรม) ก็ไม่มี. อันที่จริงมรรคภาวนามีอยู่ ฯลฯ ธรรมาภิสมัย ก็มีอยู่.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ