เล่มที่ 76

ส่วนที่ 545

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 545 อ้างอิง: Book 76, Section 545 ประเภท: section


เนื้อหา

จตุตถฌานที่เป็น ไปด้วยทิพยโสต มีอารมณ์เป็นปริตตะ อย่างเดียว เพราะปรารภเสียงเป็น ไป. จตุตถฌานที่เป็นไปด้วยเจโตปริยญาณ มีอารมณ์เป็นปริตตะเป็นมหัคคตะ และอัปปมาณะ. อย่างไร ? คือว่า ในเวลาที่รู้จิตอันเป็นกามาพจรของชนเหล่า อื่น เจโตปริยญาณนั้นก็ มีอารมณ์เป็นปริตตะ ในเวลาที่รู้รูปาวจรจิต และ อรูปาวจรจิตของชนอื่น ก็ มีอารมณ์เป็นมหัคคตะ ในเวลาที่รู้มรรคและผล ของชนอื่น ก็มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะ ในอธิการนี้ ปุถุชนย่อมไม่รู้จิต ของพระโสดาบัน พระโสดาบันย่อมไม่รู้จิตของพระสกทาคามี ด้วยอาการอย่าง นี้ พึงทราบจนถึงพระอรหันต์ แต่พระอรหันต์ย่อมรู้จิตของบุคคลทั้งหมด ก็ อริยบุคคลอื่นอีกที่สูง ย่อมรู้จิตของบุคคลผู้ต่ำ พึงทราบความต่างกันดังกล่าว มานี้. จตุตถฌานที่เป็นไปในยถากัมมุปคญาณ ย่อม มีอารมณ์เป็นปริตตะ ในเวลาที่รู้กรรมที่เป็นกามาพจร มีอารมณ์เป็นมหัคคตะ ในเวลาที่รู้กรรม ที่เป็นรูปาวจรและอรูปาวจร. จตุตถฌานที่เป็นไปในทิพยจักษุ มีอารมณ์เป็นปริตตะอย่างเดียวเพราะ มีรูปเป็นอารมณ์. จตุตถฌานที่เป็นไปในบุพเพนิวาสญาณ มีอารมณ์ที่เป็นปริตตะ มหัคคตะ อัปปมาณะ และนวัตตัพพะ. อย่างไร ? คือว่า ในเวลาที่ตามระลึก ถึงขันธ์เป็นกามาพจร บุพเพนิวาสญาณนั้น ก็มี อารมณ์เป็นปริตตะ ใน เวลาที่ตามระลึกถึงขันธ์เป็นรูปาวจรและอรูปาวจร ก็มีอารมณ์เป็นมหัคคตะ ในเวลาที่ตามระลึกถึงมรรคที่ตนเองหรือบุคคลอื่นเจริญแล้ว และผลที่ตนหรือ คนอื่นทำให้แจ้งแล้วในอดีต ก็มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะ แม้บุพเพนิวาสญาณ โดยการพิจารณา มรรค ผล พระนิพพาน ด้วยอำนาจการตามระลึกถึง พระพุทธเจ้าผู้มีวัฏฏะอันขาดแล้วอย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตเจริญ- มรรคแล้ว กระทำผลให้แจ้งแล้ว ปรินิพพานแล้วด้วยนิพพานธาตุ ดังนี้ ก็มี อารมณ์เป็นอัปปมาณะ บุพเพนิวาสญาณมี อารมณ์ที่ไม่พึงกล่าว (นวัต- ตัพพารัมมณะ) ในเวลาที่ตามระลึกนาม โคตร และนิมิตปฐวีกสิณเป็นต้น โดยนัยมีอาทิว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า วิปัสสี ได้มีแล้วในอดีตกาล พระนครของพระองค์มีนามว่า พันธุมดี พระราชบิดามีพระนามว่า พระเจ้า- พันธุมราช พระราชมารดามีพระนามว่า พันธุมดี ดังนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ