เล่มที่ 76

ส่วนที่ 71

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 71 อ้างอิง: Book 76, Section 71 ประเภท: section


เนื้อหา

อนึ่ง ในขณะประกอบกรรมของบุคคลใด โลภะ โทสะ และ โมหะ แม้ทั้ง ๓ มีกำลังแรง อโลภะเป็นต้นมีกำลังอ่อน บุคคลนั้นเป็นผู้มักได้ตามนัย ก่อนนั่นแหละด้วย เป็นผู้มักประทุษร้ายด้วย ผู้ลุ่มหลงด้วย. อนึ่ง ในขณะประกอบกรรมของบุคคลใด อโลภะ โทสะ โมหะ มีกำลังแรง นอกนี้ (คือโลภะ อโทสะ และอโมหะ) มีกำลังอ่อน บุคคลนั้น มีกิเลสน้อยโดยนัยก่อนนั่นแหละ เขาเห็นแม้อารมณ์อันเป็นทิพย์ก็ไม่หวั่นไหว แต่เป็นผู้มักประทุษร้ายและมีปัญญาทราม ดังนี้. อนึ่ง ในขณะประกอบกรรมของบุคคลใด อโลภะ อโทสะ และ โมหะ มีกำลังแรง นอกนี้ (คือ โลภะ โทสะ และอโมหะ) มีกำลังอ่อน บุคคล นั้นเป็นคนไม่มักได้ เป็นคนมีความสุขเป็นปกติ แต่เป็นคนโง่เขลา. อนึ่ง ในขณะที่ประกอบกรรมของบุคคลใด อโลภะ โทสะ และ อโมหะ มีกำลังแรง นอกนี้ (คือ โลภะ อโทสะ และโมหะ ) มีกำลังอ่อน บุคคลนั้นเป็นผู้ไม่มักได้โดยนัยก่อนนั่นแหละด้วย มีปัญญาด้วย แต่เป็นคนมัก ประทุษร้าย มักโกรธ. อนึ่ง ในขณะที่ประกอบกรรมของบุคคลใดมี อโลภะ เป็นต้น แม้ทั้ง ๓ มีกำลังแรง มีโลภะเป็นต้นอ่อน บุคคลนั้นเป็นผู้ไม่มักโลภ ไม่มักประทุษร้าย และมีปัญญา เหมือนพระมหาสังฆรักขิตเถระ ดังนี้แล. อีกอย่างหนึ่ง ในฐานะนี้ ท่านถือเอาเรื่องการยกย่องเหตุ. จริงอยู่ กรรมที่ประกอบด้วยเหตุ ๓ ย่อมให้วิบากเป็นติเหตุกะบ้าง ทุเหตุกะบ้าง อเหตุกะบ้าง. กรรมอันประกอบด้วยเหตุ ๒ ย่อมไม่ให้วิบากเป็นติเหตุกะ ให้ แต่วิบากนอกนี้ ด้วยกรรมที่ประกอบด้วยเหตุ ๓ ปฏิสนธิย่อมเป็นติเหตุกะบ้าง ทุเหตุกะบ้าง ไม่มีอเหตุกะ ด้วยกรรมที่ประกอบด้วยเหตุ ๒ ปฏิสนธิย่อมเป็น ทุเหตุกะบ้าง ย่อมเป็นอเหตุกะบ้าง ไม่เป็นติเหตุกะ กุศลกรรมที่เป็นอสังขาริก ย่อมให้วิบากเป็นอสังขาริกบ้าง เป็นสสังขาริกบ้าง. กุศลที่เป็นสสังขาริกย่อม ให้วิบากเป็นสสังขาริกบ้าง อสังขาริกบ้าง. เวทนาพึงเปลี่ยนไปตามอารมณ์ ตทารัมมณะพึงกำหนดด้วยชวนะ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ