เล่มที่ 74

ส่วนที่ 303

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 303 อ้างอิง: Book 74, Section 303 ประเภท: section


เนื้อหา

พระราชาทรงไสช้างเข้าไปหาพราหมณ์นั้น ตรัสว่า ดูก่อนพราหมณ์ ท่านมาแต่ไหน ? ปรารถนาอะไร ? ควรให้อะไรแก่ท่าน. พราหมณ์ได้ยินว่า พระองค์เป็นผู้ปลื้มใจในการฟัง จึงทูลว่า ข้าพระองค์รับสตารหคาถา ๔ บท มาเพื่อแสดงถวายแด่พระองค์. พระมหาสัตว์ทรงดีพระทัย ตรัสว่า เราไป อุทยานอาบน้ำ แล้วจะมาฟัง. ท่านอย่าเบื่อเลย แล้วมีรับสั่งว่า พวกท่าน จงไปจัดที่อยู่ ณ เรือนหลังโน้น และอาหารเครื่องนุ่งห่มให้แก่พราหมณ์ แล้วเสด็จไปพระราชอุทยาน จัดอารักขาอย่างใหญ่โต ทรงเปลื้องเครื่อง อาภรณ์อันโอฬาร ทรงแต่งพระมัสสุ ทรงฟอกพระวรกาย ทรงสรงสนาน ณ สระโบกขรณี แล้วเสด็จขึ้น ทรงประทับยืนนุ่งผ้าสาฎกชุ่มด้วยน้ำ. ลำดับนั้น พวกเครื่องต้นนำของหอมดอกไม้และเครื่องประดับ เข้า ไปถวายพระราชา. พระยาโปริสาท คิดว่า ในเวลาแต่งพระองค์ พระราชา จักหนักเกินไป. เราจักจับพระราชาในตอนที่ยังเบา จึงแผดเสียงแกว่ง พระขรรค์ ประกาศชื่อว่า เราโปริสาท แล้วโผล่ขึ้นจากน้ำ. ควาญช้าง เป็นต้น ได้ยินเสียงของพระยาโปริสาทนั้น ก็ตกจากช้างเป็นต้น. หมู่ทหาร ที่ยืนอยู่ไกลก็หนีไปจากนั้น. ที่อยู่ใกล้ก็ทิ้งอาวุธของตนนอนหมอบ. พระยาโปริสาท อุ้มพระราชาประโยคทับนั่งที่คอ กระโดดข้ามกำแพงสูง ๑๘ ศอก ไปต่อหน้า เหยียบกระพองช้างตกมันซึ่งแล่นไปข้างหน้า ให้ล้มลงดุจ ยอดเขาล้ม เหยียบหลังม้าแก้วซึ่งวิ่งเร็วให้ล้ม เหยียบงอนรถให้ล้มลง ดุจ หมุนลูกข่าง ดุจขยี้ใบต้นไทรสีเขียว ไปสิ้นทาง ๓ โยชน์ด้วยความเร็ว แพล็บเดียวเท่านั้น ไม่เห็นใครติดตาม จึงค่อย ๆ ไป หยาดน้ำบนพระเกศา ของพระเจ้าสุตโสมหล่นลงบนตน สำคัญว่า หยาดน้ำตา จึงกล่าวว่า นี่อะไรกัน แม้สุตโสมยังทรงกันแสงเศร้าโศกถึงความตายเลย.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ