เล่มที่ 74

ส่วนที่ 295

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 295 อ้างอิง: Book 74, Section 295 ประเภท: section


เนื้อหา

ตทาปิ โลกํ ทิสฺวาน ฯลฯ ปาริสิมฺห มหาวนํ. คำแปลปรากฏแล้วในบาลีแปลข้างต้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า ตทาปิ คือในครั้งเราได้เป็นพราหมณกุมารชื่อว่า โสณะ ในพรหมวัทธน นคร. บทว่า โลกํ ทิสฺวาน คือเห็นสัตวโลกแม้ทั้งสิ้น ด้วยปัญญาจักษุ. บทว่า อนฺธีภูตํ คือถึงความมิดด้วยปราศจากปัญญาจักษุ. บทว่า ตโมตฺถฏํ คือถูกความมืดครอบงำ. บทว่า จิตฺตํ ภวโต ปติกุฏติ คือ จิตของเราเบื่อหน่ายหดหู่ ท้อแท้จากภพมีกามภพเป็นต้น ด้วยพิจารณาวัตถุให้ เกิดสังเวชมิชาติเป็นต้น. บทว่า ตุตฺตเวคหตํ วิย เหมือนช้างถูสับด้วยขอ ด้วยกำลัง หัวมีหนามเหล็กเรียกว่า ตุตฺตะ ไม้ยาวเรียกว่า ปโตทะ. ช้าง อาชาไนยถูกสับด้วยขอนั้นด้วยกำลัง เป็นผู้ถึงความสลดใจ ฉันใด จิตของเรา ถึงความสลดด้วยการพิจารณาโทษของกาม ฉันนั้น. ท่านแสดงไว้ดังนี้. บทว่า ทิสฺวาน วิวิธํ ปาปํ เราเห็นความลามกหลาย ๆ อย่าง คือ เราเห็นความลามกของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีกรรมลามกมีปาณาติบาตเป็นต้น และนิมิตของกรรมลามกนั้นหลาย ๆ อย่าง ที่ผู้ครองเรือนทั้งหลายกระทำด้วย อำนาจอคติมีฉันทาคติ และโทสาคติเป็นต้น อันเป็นนิมิตของผู้ครองเรือน. บทว่า เอวํ จินฺเตสหํ ตทา คือเราจึงคิดในขณะที่เป็นโสณกุมารอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอเราจึงจะตัดความผูกพันในเรือน ดุจช้างใหญ่ตัดเครื่องผูกทำด้วย เหล็กได้ฉะนั้น แล้วเข้าป่าด้วยการออกจากเรือน. บทว่า ตทาปิมํ นิมนฺตึสุ แม้ในกาลนั้นพวกญาติเชื้อเชิญเรา คือ มิใช่ในขณะที่เราเป็นอโยฆรบัณฑิต อย่างเดียวเท่านั้น. ที่จริงแล้ว แม้ในขณะที่เราเป็นโสณกุมารนั้น ญาติทั้ง หลายมีมารดาบิดาเป็นต้น ผู้บริโภคกาม ผู้มีอัธยาศัยในกาม เชื้อเชิญเรา ด้วยโภคะอันมากมายว่า ลูกเอ๋ย ลูกจงมาปกครองทรัพย์สมบัติ ๘๐ โกฏินี้ เถิด. จงดำรงวงศ์ตระกูลเถิด. บทว่า เตสมฺปิ ฉนฺทมาจิกฺขึ คือเราได้บอก ความพอใจของตนแก่ญาติของเราแม้เหล่านั้นว่า ท่านทั้งหลายอย่าเชื้อเชิญ เราด้วยกามโภคะเหล่านั้นเลย. เราได้บอกถึงอัธยาศัยที่น้อมไปในบรรพชา อธิบายว่า พวกท่านจงปกครองตามอัธยาศัยเถิด. บทว่า โสปิ มํ อนุสิกฺขนฺโต แม้นันทกุมารนั้นก็ศึกษาตามเรา ความว่า เราพิจารณาถึงโทษในกามทั้ง หลายมีหลายประการ โดยนัยมีอาทิว่า ชื่อว่ากามทั้งหลายเหล่านี้มีความยินดี น้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก แล้วศึกษาศีลเป็นต้น ชอบใจการบวช. แม้นันทบัณฑิตนั้นก็ศึกษาตามเรา ด้วยการออกบวชของเขาอย่างนั้น ย่อม ชอบใจการบวช. บทว่า อหํ โสโณ จ นนฺโท จ คือในกาลนั้นเราคือ โสณะ และนันทะน้องชายของเรา. บทว่า อุโภ มาตาปีตา มม คือมารดา และบิดาของเราเกิดความสลดใจว่า บุตรเหล่านี้ยังละกามทั้งหลายได้แม้ใน เวลาเป็นหนุ่มอย่างนี้ ก็เราทำไมจะละไม่ได้เล่า. บทว่า โภเค ฉฑฺเฑตฺวา ความว่า เราทั้ง ๒ คนไม่คำนึงถึงมหาโภคะสมบัติ ๘๐ โกฏิ สละได้ดุจ ก้อนน้ำลาย เข้าป่าใหญ่ในหิมวันตประเทศ ด้วยอัธยาศัยมุ่งต่อบรรพชา. ก็ครั้นเข้าไปแล้ว ได้สร้างอาศรมอยู่ ณ ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์นั้นบวช เป็นดาบสอยู่ ณ ที่นั้น. พี่น้องสองคนบำรุงมารดาบิดา. นันทบัณฑิตคิดว่า เราจักให้มารดาบิดาบริโภคผลาผลที่เรานำมาเท่านั้น จึงนำผลาผลที่เหลือเมื่อ วานนี้และในที่ที่ตนหาอาหารในวันก่อน ๆ มาแต่เช้าตรู่ให้มารดาบิดาบริโภค. มารดาบิดาบริโภคผลาผลเหล่านั้นแล้วบ้วนปากรักษาอุโบสถ. ส่วนโสณบัณฑิต ไปไกลหน่อยนำผลไม้ที่สุกดีแล้ว มีรสเอร็ดอร่อยน้อมเข้าไปให้มารดาบิดา.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ