เล่มที่ 74
ส่วนที่ 292
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 292 อ้างอิง: Book 74, Section 292 ประเภท: section
เนื้อหา
ลำดับนั้นท้าวสักกะทรงขอให้ฤาษีนั้นยกโทษให้ด้วยพระดำรัสว่า :- ข้าแต่ท่านผู้เป็นดังพรหม ท่านเป็น อาจารย์ของข้าพเจ้า และเป็นบิดาของข้าพเจ้า เงาเท้าของท่านนี้จงเป็นที่พึ่งแห่งความผิดพลาด ของข้าพเจ้า ท่านผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน ขอ ท่านจงอดโทษสักครั้งเถิด บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่มีความโกรธเป็นกำลัง. พระมหาสัตว์ได้ยกโทษให้แก่ท้าวสักกเทวราชแล้ว ตนเองเมื่อจะยัง หมู่ฤาษีให้ยกโทษให้ จึงกล่าวว่า :- การอยู่ในป่าของพวกฤาษี แม้คืนเดียว เป็นการอยู่ที่ดี พวกเราได้เห็นท้าววาสวะภูต- บดี. ท่านผู้เจริญทั้งหลายจงดีใจเถิด เพราะ พราหมณ์ใดได้เง่าบัวคืนแล้ว. ในบทเหล่านั้น บทว่า น เต นฏา ความว่า ท่านเทวราช พวก อาตมามิใช่นักฟ้อนรำของท่าน หรือมิใช่ผู้อันใคร ๆ จะพึงล้อเล่น มิใช่ ญาติของท่าน มิใช่สหายของท่าน ที่ควรทำการร่าเริง. เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านอาศัยใคร คือใครเป็นผู้อุปถัมภ์ อธิบายว่า ท่านเล่นกับพวกฤาษีเพราะ อาศัยอะไร. บทว่า เอสา ปติฏฺา คือเงาเท้าของท่านนี้จงเป็นที่พึ่งแห่ง ความผิดพลาดของข้าพเจ้าในวันนี้เถิด. บทว่า สุวาสิตํ ความว่า การอยู่ใน ป่านี้แม้เพียงคนเดียวของพวกฤาษี เป็นการอยู่ดีแล้ว เพราะเหตุไร ? เพราะ พวกเราได้เห็นท้าววาสวะภูตบดี หากว่าพวกเราอยู่ในนคร พวกเราก็จะไม่ เห็นท้าววาสวะนี้. บทว่า โภนฺโต คือท่านผู้เจริญทั้งหลาย. แม้ทั้งหมด จงดีใจ คือจงยินดี จงยกโทษให้แก่ท้าวสักกเทวราชเถิด เพราะเหตุไร ? เพราะอาจารย์ของเราได้เง่าบัวแล้ว ท้าวสักกะทรงไหว้หมู่ฤาษีแล้วกลับสู่ เทวโลก. แม้หมู่ฤาษียังฌานและอภิญญาให้เกิด แล้วได้ไปสู่พรหมโลก.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ