เล่มที่ 74
ส่วนที่ 245
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 245 อ้างอิง: Book 74, Section 245 ประเภท: section
เนื้อหา
พระมหาสัตว์ทรงแสดงเครื่องหมายกระ- ต่ายในดวงจันทร์ อันเป็นปาฏิหาริย์ ตั้งอยู่ ตลอดกัปให้เป็นพยาน แล้วได้ตรัสถึงความที่ พระองค์แม้ท้าวสักกะก็ไม่สามารถจะข่มได้. พระยาโปริสาทได้ฟังดังนั้นเกิดจิตอัศจรรย์ไม่เคยมี จึงกล่าวคาถาว่า :- ดวงจันทร์พ้นจากปากราหู ย่อมรุ่งเรือง ดุจแสงสว่างในวันเพ็ญ ฉันใด. ท่านกปิละผู้ มีอานุภาพใหญ่ ท่านพ้นจากโปริสาทย่อมรุ่ง โรจน์ ฉันนั้น. พระองค์ยังพระชนกชนนีให้ ปลาบปลื้ม ทั้งผู้ที่เป็นฝ่ายพระญาติทั้งปวงของ พระองค์ก็ยินดี. แล้วก็ปล่อยพระกุมารไปด้วยทูลว่า ขอท่านผู้เป็นวีระบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จงกลับไปเถิด. แม้พระมหาสัตว์ก็ทรงทำให้โปริสาทนั้นหมดพยศได้แล้วให้ ศีล ๕ เมื่อจะทรงทดลองดูว่า โปริสาทนี้เป็นยักย์หรือไม่จึงสันนิษฐานเอา โดยไม่พลาด ดุจด้วยพระสัพพัญญุตญาณโดยอนุมาน คือถือเอาตามนัยดังนี้ คือ นัยน์ตายักษ์มีสีแดงไม่กะพริบ. เงาไม่ปรากฏ. ไม่หวาดสะดุ้ง. โปริสาท นี้ไม่เป็นอย่างนั้น. เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่ยักษ์. เป็นมนุษย์นี่เอง. นัยว่า พระบิดาของเรามีพระภาดา ๓ องค์ ถูกยักษิณีจับไป. ทั้ง ๓ องค์นั้นถูก ยักษิณีกินเสีย ๒ องค์. องค์หนึ่งยักษิณีเลี้ยงดูด้วยความรักเหมือนลูก. โปริสาทนี้คงจักเป็นองค์นั้นเป็นแน่แล้วคิดว่า เราจักทูลพระบิดาของเราให้ ตั้งโปริสาทไว้ในราชสมบัติ แล้วกล่าวว่า ท่านมิใช่ยักษ์เป็นพระเชษฐา ของ พระบิดาของเรา มาเถิดท่านจงมาไปกับเรา แล้วครองราชสมบัติอันเป็นของ ตระกูล. ดังที่พระกุมารกล่าวว่า ท่านเป็นลุงของเรา. เมื่อโปริสาทกล่าวว่า เราไม่ใช่มนุษย์ พระกุมารจึงนำไปหาดาบสผู้มีตาทิพย์ซึ่งโปริสาทเชื่อถือ. เมื่อ ดาบสกล่าวถึงความเป็นพ่อว่า พวกท่านทำอะไรกันทั้งพ่อทั้งลูกเที่ยวไปในป่า ดังนี้โปริสาทจึงเชื่อกล่าวว่าไปเถิดลูก. เราไม่ต้องการราชสมบัติ. เราจักบวช ละ แล้วบวชเป็นฤาษีอยู่ในสำนักของดาบส. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ไว้ว่า :-
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ