เล่มที่ 74
ส่วนที่ 162
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 162 อ้างอิง: Book 74, Section 162 ประเภท: section
เนื้อหา
ในบทเหล่านั้นบทว่า ปวเน ทิสฺวา วนจโร คือพรานป่าคนหนึ่ง เที่ยวไปในป่าใหญ่เห็นเรา. บทว่า รญฺโ มํ ปฏิเวทยิ ความว่า จึงกราบทูล แด่พระราชา. บทว่า ตวานุจฺฉโว คือสมควรทำเป็นช้างพระที่นั่งทรง ของพระองค์. บทว่า น ตสฺส ปริกฺขายตฺโถ ไม่ต้องขุดคู ความว่า อันการจับช้างนั้นเพื่อการหนีไปกำบังตนด้วยการขุดคู ด้วยใบหูของนางช้าง ช้างเข้าไปในเชือกบ่วงที่เหวี่ยงไปหรือในเสาล่ามช้าง คือเสาตะลุงที่ปักไว้ ก็ไม่สามารถจะไปในที่ใดที่หนึ่งได้. ไม่มีประโยชน์ด้วยหลุมลวงเช่นนั้น. บทว่า สหคหิเต คือในขณะจับ. บทว่า เอหิติ คือจักมา. พระราชาได้ให้พรานป่าเป็นผู้นำทางไปป่า ทรงส่งควาญช้างไปกับ บริวารด้วยมีพระดำรัสว่า ท่านจงนำคชสารที่พรานป่าบอกมาให้ได้. ควาญ ช้างนั้นได้ไปกับพรานป่า เห็นพระโพธิสัตว์เข้าไปยังสระบัวหาอาหาร. ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- แม้พระราชาทรงได้ยินคำของพรานป่านั้น แล้ว ก็ทรงดีพระทัย ทรงส่งควาญช้างซึ่งเป็น อาจารย์ผู้ฉลาดศึกษาดีแล้ว. ควาญช้างนั้นไป ได้พบช้างกำลังถอนเง่าบัวอยู่ ในสระบัวหลวง เพื่อเอาไปเลี้ยงมารดา. ควาญช้างรู้คุณศีลของ เราพิจารณาดูลักษณะแล้ว กล่าวว่ามานี่แน่ลูก แล้วจับที่งวงของเรา. ในบทเหล่านั้นบทว่า เฉกาจริยํ คือควาญช้างผู้ฉลาดในวิธีจับช้าง เป็นต้น. บทว่า สุสิกฺขิตํ คือศึกษาดีแล้วด้วยสำเร็จวิชาฝึกช้าง. บทว่า วิญฺาย เม สีลคุณํ คือ ควาญช้างรู้คุณศีลของเราว่า ช้างผู้เจริญนี้ เป็นช้างอาชาไนย ไม่โง่ ไม่ดุ มีปกติไม่คลุกคลี. รู้อย่างไร ? บทว่า ลกฺขณํ อุปธารยิ คือควาญช้างพิจารณาดูลักษณะของเราโดยถ้วนถี่ เพราะ เป็นผู้มีศิลปะในการดูช้างซึ่งศึกษามาเป็นอย่างดี. ด้วยเหตุนั้นควาญช้างจึง กล่าวว่ามานี่แน่ะลูก แล้วจับที่งวงของเรา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ