เล่มที่ 74

ส่วนที่ 131

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 131 อ้างอิง: Book 74, Section 131 ประเภท: section


เนื้อหา

เพราะได้เห็นยาจกเข้ามาหา ความร่าเริง เกิดขึ้นแก่เรา ในกาลนั้นเราได้พาบุตรทั้งสอง มาให้แก่พราหมณ์ เมื่อเราสละบุตรทั้งสอง ของตนให้แก่ชูชกพราหมณ์ในกาลใด แม้ใน กาลนั้น แผ่นดิน ภูเขาสิเนรุราชก็หวั่นไหว. ครั้งนั้น พราหมณ์เอาเถาวัลย์ผูกพระหัตถ์ฉุดคร่าทารกทั้งสองผู้ไม่ อยากจะไป. ในพระหัตถ์ที่ผูกนั้นโลหิตไหลออกจากผิวหนัง. พราหมณ์เอา ท่อนเถาวัลย์ ตี ฉุดคร่าไป. พระกุมารกุมารีทรงเหลียวดูพระบิดาแล้วทูล ว่า :- ข้าแต่พระบิดา พระมารดาก็เสด็จไปป่า พระบิดาก็ทรงเห็นแต่ลูกทั้งสอง พระบิดา อย่าเพิ่งทรงให้ลูกไปเลยจนกว่าพระมารดาจะ กลับมา เมื่อนั้นแหละอีตาพราหมณ์เฒ่า จะ ขายหรือจะฆ่าลูกทั้งสองก็ตามที. ทูลต่อไปอีก มีอาทิว่า อีตาพราหมณ์เฒ่านี้ร้ายกาจนัก ทำการ หยาบช้า จะเป็นมนุษย์ หรือยักษ์ กินเนื้อและ เลือดออกจากบ้านมาสู่ป่า จะมาขอทรัพย์กะ พระบิดา เมื่อตาพราหมณ์เฒ่าปีศาจจะนำลูก ไป ไฉนพระบิดาจึงทรงมองดูเฉยอยู่เล่า. ทั้งของพระกุมารกุมารีต่างกันแสงไห้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ธนํ ได้แก่ทรัพย์คือบุตร. ชูชก เมื่อพระกุมารกุมารีร่ำไห้อยู่อย่างนั้นก็โบยฉุดกระชากหลีกไป. พระมหาสัตว์ทรงเกิดความเศร้าโศกเป็นกำลัง ด้วยความสงสารลูกทั้งสองที่ ร้องไห้ และด้วยความไม่สงสารของพราหมณ์ ในขณะนั้นเองทรงรำลึกถึง ประเพณีของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย. ทรงตำหนิพระองค์ว่า ธรรมดา พระโพธิสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงทรงละมหาบริจาค ๕ แล้วจักเป็นพระพุทธเจ้า แม้เราก็เป็นผู้หนึ่งของพระโพธิสัตว์เหล่านั้น บริจาคบุตรทาน และมหา บริจาคอย่างใดอย่างหนึ่ง. เพราะฉะนั้น ดูก่อนเจ้าเวสสันดรการให้ทาน แล้วเดือดร้อนในภายหลังไม่สมควรแก่เจ้าเลย. แล้วทรงเตือนพระองค์ว่า ตั้งแต่เวลาที่เราให้ทานแล้วอะไร ๆ ก็มิได้เป็นของเจ้า ทรงอธิษฐาน กุสล- สมาทานมั่นคง ประทับนั่ง ณ ประตูบรรณศาลา ดุจพระปฏิมาทองคำ นั่งบนแผ่นหิน ฉะนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ