เล่มที่ 74
ส่วนที่ 91
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 91 อ้างอิง: Book 74, Section 91 ประเภท: section
เนื้อหา
ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าทวยเทพ ทรง ทราบความดำริของเราแล้ว ประทับนั่งในเทพ- บริษัท ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า พระเจ้าสิวิราชผู้มี ฤทธิ์มากประทับนั่งในปราสาทอันประเสริฐ พระองค์ทรงดำริถึงทานต่าง ๆ ไม่ทรงเห็นสิ่งที่ ยังมิได้ทรงให้ ข้อนั้นจะเป็นจริงหรือไม่หนอ ช่างเถิดเราจะทดลองพระองค์ดู พวกท่านพึง คอยอยู่สักครู่หนึ่ง เพียงเรารู้น่าพระทัยของ พระเจ้าสิวิราชเท่านั้น. ท้าวสักกะจึงทรงแปลงเพศเป็นคนตาบอด มีกายสั่น ผมหงอก หนังหย่อนกระสับกระ- ส่าย เพราะชรา เข้าไปเฝ้าพระราชาในกาลนั้น ท้าวสักกะแปลงประคองพระพาหาซ้ายขวา ประนมกรอัญชลีเหนือเศียร ได้กล่าวคำนี้ว่า ข้าแต่พระมหาราชผู้ทรงธรรม ทรงปกครองรัฐ ให้เจริญ ข้าพระองค์จะขอกะพระองค์ เกียรติ- คุณคือความยินดีในทานของพระองค์ ขจรไป ในเทวดาและมนุษย์ หน่วยตาแม้ทั้งสองของ ข้าพระองค์บอดเสียแล้ว ขอพระองค์ทรงพระ- ราชทานพระเนตรข้างหนึ่งแก่ข้าพระองค์เถิด แม้พระองค์จักทรงยังอัตภาพ ให้เป็นไปด้วย พระเนตรข้างหนึ่ง. ในบทเหล่านั้นบทว่า จินฺเตนฺโต วิริธํ ทานํ ทรงดำริถึงทานต่าง ๆ คือทรงดำริรำพึงถึงทานต่างๆ ที่พระองค์พระราชทาน คือทรงดำริถึงทาน หรือไทยธรรมภายนอกหลายอย่างที่พระองค์พระราชทาน. บทว่า อเทยฺยํ โส น ปสฺสติ ไม่ทรงเห็นสิ่งที่ยังมิได้ทรงให้ คือมิได้ทรงเห็นแม้วัตถุภาย ใน ที่ยังมิได้ทรงให้ คือ ไม่อาจให้ได้เหมือนวัตถุภายนอก. อธิบายว่า พระ- โพธิสัตว์ทรงดำริว่า แม้ดวงตาเราก็จักตวักให้ได้. บทว่า ตถํ นุ วิตถํ เนตํ ข้อนั้นจะเป็นจริงหรือไม่หนอ ความว่า การไม่เห็นแม้วัตถุภายในเป็น สิ่งที่ยังมิได้ให้ การเห็น การคิด. โดยความเป็นสิ่งที่ควรให้ ข้อนั้นจะเป็น จริงหรือไม่จริงหนอ. บทว่า โส ตทา ปคฺคเหตฺวาน, วามํ ทกฺขิณพาหุจ คือ ในกาลนั้นทรงประคองพระพาหาซ้ายขวา อธิบายว่า ทรงยกพระพาหา ทั้งสอง. บทว่า รฏฺวฑฺฒน คือทรงปกครองรัฐให้เจริญ. บทว่า ตวมฺปิ เอเกน ยาปยา แม้พระองค์จักทรงยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยพระเนตรข้าง หนึ่ง ท่านแสดงไว้ว่าพระองค์ทรงเห็นเสมอและไม่เสมอด้วยพระเนตรข้าง หนึ่ง ก็ยังอัตภาพของพระองค์ได้เป็นไปได้. แม้ข้าพระองค์ก็จะยังอัตภาพ ให้เป็นไปได้ด้วยตาข้างหนึ่งที่ได้จากพระองค์ผู้เจริญ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ