เล่มที่ 74

ส่วนที่ 39

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 39 อ้างอิง: Book 74, Section 39 ประเภท: section


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยในสังขพราหมณจริยาที่สองดังต่อไปนี้ บทว่า ปุนาปรํ ตัดบทเป็น ปุน อปรํ อีกเรื่องหนึ่งอธิบายว่า บทนี้มิใช่อกิตติ- จริยาอย่างเดียวเท่านั้น ที่แท้เราจักกล่าว แม้สังขจริยาอื่นอีก ท่านจงฟัง. แม้ ในบทอื่นจากนี้ก็มีนัยนี้เหมือนกัน . บทว่า สงฺขสวฺหโย เป็นชื่อของสังข- พราหมณ์. บทว่า มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโม คือประสงค์จะข้ามมหาสมุทร ด้วยเรือเพื่อไปยังสุวรรณภูมิ. บทว่า อุปคจฺฉามิ ปฏฺฏนํ คือจะไปอาศัย เมืองท่าชื่อว่าตามลิตติอยู่. พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อว่า สยัมภู เพราะเป็นผู้ เห็นเอง เพราะบรรลุปัจเจกโพธิญาณด้วยพระสยัมภูญาณ. ชื่อว่า อปราชิตะ เพราะบรรดามารทั้งหลายมีกิเลสมารเป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งชนะไม่ได้. อธิบายว่า ย่ำยีที่สุดแห่งมารทั้งหลาย ๓. บทว่า ตตฺตาย ก€ินภูมิยา บน ภาคพื้นอันแข็ง ร้อนจัด คือบนภาคพื้นอันแข็งหยาบ เต็มไปด้วยกรวดและ ทรายอันร้อนระอุในฤดูร้อน. บทว่า ตํ คือพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์นั้น. อิมมตฺถํ เนื้อความนี้ คือเนื้อความมีอาทิว่า บุญเขตนี้อันจะกล่าวถึงเดี๋ยวนี้. บทว่า วิจินฺตยึ คิด แล้ว คือพระศาสดาตรัสว่า ครั้งนั้นเราเป็นสังขพราหมณ์คิดแล้ว พึงทราบ กถาตามลำดับในบทนั้นดังต่อไปนี้. ในอดีต กรุงพาราณสีนี้ชือว่าโมฬินีนคร. เมื่อพระเจ้าพรหมทัต เสวยราชสมบัติอยู่ ณ โมฬินีนคร พระโพธิสัตว์เป็นพราหมณ์ชื่อว่า สังขะ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์มากให้ตั้งโรงทาน ๖ แห่ง ในที่ทั้ง ๖ คือที่ประตูนคร ๔ ที่กลางนคร ๑ ที่ประตูบ้านของตน ๑ สละทรัพย์ทุกวัน วันละ ๖๐๐,๐๐๐ ยังมหาทาน ให้เป็นไปในบรรดาคนยากจนและเดินทางเป็นต้น วันหนึ่ง สังขพราหมณ์คิดว่า เมื่อทรัพย์ในเรือนหมดเราก็จักไม่สามารถจะให้ทานได้ เมื่อทรัพย์ยังไม่หมดทีเดียว เราจักไปยังสุวรรณภูมิด้วยเรือแล้วนำทรัพย์มา. สังขพราหมณ์บรรทุกสินค้าเต็มเรือเรียกบุตรภรรยามากล่าวว่า พวกท่าน อย่าเลิกละทานของเราพึงทำอย่าให้ขาดจนกว่าเราจะกลับมาแล้ว แวดล้อม ด้วยทาสและกรรมกร สวมรองเท้ากางร่มบ่ายหน้าไปยังปัฏฏนคาม.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ