เล่มที่ 74
ส่วนที่ 24
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 24 อ้างอิง: Book 74, Section 24 ประเภท: section
เนื้อหา
จริงอยู่ พระสัพพัญญุตญาณ อันมีอาสวักขยญาณเป็นปทัฏฐาน และอาสวักขยญาณ อันมีพระสัพพัญญุตญาณเป็นปทัฏฐาน ท่านกล่าวว่า มหาโพธิ. ความย่อ ในบทนี้ มีดังนี้ ความประพฤติกล่าวคือการปฏิบัติมีทานและศีลเป็นต้น ของ เราอันใด ในการกำหนดกาลตามที่กล่าวแล้ว ความประพฤตินั้นทั้งหมด เป็นเครื่องบ่ม เป็นความสำเร็จ ทำให้เกิดมหาโพธิญาณ อันไม่มีส่วนเหลือ อกิตติดาบสแสดงการบำเพ็ญโพธิสมภารติดต่อกันไปด้วยบทนี้. อีกออย่างหนึ่ง บทว่า สพฺพํ ได้แก่ความประพฤติอันใดในระหว่างนี้ คือ ในการกำหนด กาลตามที่กล่าวแล้ว ความประพฤตินั้นทั้งหมด เป็นโพธิสมภารทั้งสิ้น ไม่ มีส่วนเหลือ. อกิตติดาบสแสดงการบำเพ็ญบุญบารมีทั้งหมดด้วยบทนี้. ภาวนาในโพธิสมภารมี ๔ อย่าง คือ สพฺพสมฺภารภาวนา ๑ นิรนฺตรถาวนา ๑ จิรกาลภาวนา ๑ สกฺกจฺจภาวนา ๑. ในภาวนา อย่างนั้น ท่านกล่าว จิรกาลภาวนา ( การบำเพ็ญตลอดกาลนาน ) ด้วยบท นี้ว่า กปฺเป จ สตสหสฺเส, จตุโร จ อสงฺขิเย ในสี่อสงไขยแสนกัป. ท่านกล่าว นิรนฺตรถาวนา (การบำเพ็ญติดต่อกันไป) ด้วยการถือเอาทั้งหมด ในอรรถวิกัปที่หนึ่ง ด้วยการประกอบล่วงส่วนในระหว่างนี้. ท่านกล่าว สพฺพสมฺภารกาวนา (การบำเพ็ญบุญกุศลทั้งหมด) ด้วยบทนี้ว่า สพฺพํ จริตํ ความประพฤติทั้งหมด ในอรรถวิกัปที่สอง. ท่านกล่าว สกฺกจฺจ- ภาวนา ( การบำเพ็ญโดยความเคารพ ) ด้วยบทนี้ว่า โพธิปาจนํ เป็น เครื่องบ่มโพธิญาณ. ความประพฤตินั้นย่อมบ่มสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะ แสดงความเป็นอย่างนั้น ฉันใด ความประพฤตินั้นย่อมควรที่จะกล่าวว่า โพธิปาจนํ เป็นเครื่องบ่มโพธิญาณ ฉันนั้นไม่ควรที่จะกล่าวโดยอาการ อื่น. ก็ในบทนี้พึงทราบความที่โพธิจริยาติดต่อกันไปอย่างไร. ผิว่า จิตนั้น ไม่ควร เพราะจิตติดต่อกันไป เป็นความจริงที่ไม่อาจจะกล่าวได้ว่า จิตอื่นจาก จิตสะสมโพธิสมภาร จะเกิดขึ้นสูงกว่ามหาภินิหารของพระมหาสัตว์ทั้งหลาย. เมื่อเป็นเช่นนั้น พึงกล่าวหมายถึงความเป็นไปแห่งจิตสำเร็จด้วยกิริยา. แม้ อย่างนี้ก็ไม่ควร. ความจริงไม่ควรเห็นว่า จิตสำเร็จด้วยกิริยาทั้งหมดของพระ มหาโพธิสัตว์เหล่านั้น ย่อมเป็นไปได้ด้วยอำนาจแห่งการสะสมโพธิสมภาร เท่านั้น แม้การทำความเพียรติดต่อกันไป ท่านก็ห้ามด้วยบทนี้เหมือนกัน. อนึ่ง พึงทราบนิรันดรภาวนา เพราะความติดต่อกันแห่งชาติ. พระมหา- โพธิสัตว์ยังมหาปณิธานให้เกิดในชาติใด ชาตินั้นย่อมไม่เข้าไปได้ตั้งแต่นั้น จนถึงอัตภาพหลัง. ชาติใดที่พระมหาโพธิสัตว์สะสมโพธิสมภารไว้หมดสิ้น ทุกประการ โดยที่สุดหมายเอาเพียงทานบารมีก็พึงมีไม่ได้. เพราะชาตินี้ เป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายผู้ปรารถนากิจของพระศาสนา. พระ- โพธิสัตว์เหล่านั้น ยังไม่ถึงความเป็นผู้ชำนาญในกรรมเป็นต้น เพียงใด พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ย่อมถึงความขวนขวายอันมีขอบเขตในการสะสมบุญ เพียงนั้น. อนึ่ง เมื่อใดพระโพธิสัตว์ทั้งหลายถึงความเป็นผู้ชำนาญในกรรม เป็นต้นโดยประการทั้งปวง เมื่อนั้นความเคลื่อนไหวและกระทำติดต่อใน โพธิสมภารทั้งหลาย ย่อมสมบูรณ์โดยไม่มีขอบเขตตั้งแต่นั้น. ก็การทำโดย ความเคารพย่อมเป็นกาลทั้งหมด. ความสำเร็จตามความประสงค์ ย่อม สมบูรณ์ในทางของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย. พึงทราบว่าท่านประกาศภาวนา ๔ อย่าง คือ สพฺพสมฺภารภาวนา ๑ จิรกาลภาวนา ๑ นิรนฺตรภาวนา ๑ สกฺกจฺจภาวนา ๑ ในโพธิสมภารทั้งหลาย ด้วยคาถานี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ