เล่มที่ 73

ส่วนที่ 446

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 446 อ้างอิง: Book 73, Section 446 ประเภท: section


เนื้อหา

พระปิยทัสสีศาสดา มีพระอัครสาวกชื่อว่าพระ ปาลิตะ และพระสีพพทัสสี พระพุทธอุปัฏฐาก ชื่อว่า พระโสภิตะ. พระอัครสาวิกา ชื่อว่า พระสุชาดาและพระธัมม- ทินนา โพธิพฤกษ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เรียกว่า กกุธะ ต้นกุ่ม. อัครอุปัฏฐากชื่อว่า สันทกะ และธัมมิกะ อัคร- อุปัฏฐายิกาชื่อว่า วิสาขาและธัมมทินนา. พระพุทธเจ้า ผู้มีพระบริวารยศหาประมาณมิได้ มีพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ พระองค์นั้น สูง ๘๐ ศอก เห็นกันชัดเหมือนพระยาสาลพฤกษ์. รัศมีแสงของดวงไฟ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ หามีเหมือนพระรัศมีของพระปิยทัสสี ผู้ไม่มีผู้เสมอ ผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่พระองค์นั้นไม่. พระผู้มีพระจักษุ ดำรงอยู่ในโลกเก้าหมื่นปี แม้ พระองค์ผู้เป็นเทพแห่งเทพก็มีพระชนมายุเท่านั้น. พระพุทธเจ้า ผู้เสมอด้วยพระพุทธเจ้า ผู้ไม่มีผู้ เสมอพระองค์นั้น ก็ดี คู่พระสาวกที่ไม่มีผู้เปรียบได้ เหล่านั้นก็ดี ทั้งนั้นก็อันตรธานไปสิ้น สังขารทั้งปวง ก็ว่างเปล่า แน่แท้. พระปิยทัสสีวรมุนี เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ พระวิหารอัสสัตถาราม ชินสถูปของพระองค์ ณ พระ- วิหารนั้น สูง ๓ โยชน์แล. จบวงศ์พระปิยทัสสีพุทธเจ้าที่ ๑๓ พรรณนา วงศ์พระปิยทัสสีพุทธเจ้าที่ ๑๓ ต่อมาจากสมัยของพระสุชาตพุทธเจ้า ในกัปหนึ่ง ในที่สุดแห่งหนึ่งพัน แปดร้อยกัปแต่ภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าบังเกิด ๓ พระองค์ คือ พระปิยทัสสี พระอัตถทัสสี พระธัมมทัสสี ใน ๓ พระองค์นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าปิยทัสสี ทรงบำเพ็ญบารมีแล้วบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต จุติจากนั้นแล้ว ก็ถือปฏิสนธิใน พระครรภ์ของ พระนางจันทาเทวี ผู้มีพระพักตร์เสมือนดวงจันทร์ อัคร- มเหสีของ พระเจ้าสุทัตตะ กรุงสุธัญญวดี ถ้วนกำหนดทศมาส ก็ประสูติออก จากพระครรภ์ของพระชนนี ณ วรุณราชอุทยาน ในวันเฉลิมพระนามของพระองค์ พระชนกชนนีทรงเฉลิมพระนามว่า ปิยทัสสี เพราะเห็นปาฏิหาริย์วิเศษอันเป็น ที่รักของโลก พระองค์ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่เก้าพันปี นัยว่าทรงมีปราสาท ๓ หลังชื่อว่า สุนิมมละ วิมละ และ คิริพรหา ปรากฏพระสนมนารีสานหมื่นสาม พันนาง มี พระนางวิมลามหาเทวี เป็นประมุข.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ