เล่มที่ 73
ส่วนที่ 436
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 436 อ้างอิง: Book 73, Section 436 ประเภท: section
เนื้อหา
ครั้ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทำยมกปาฏิหาริย์ ณ โคน มหาสาล- พฤกษ์ ใกล้ประตูสุทัสสนราชอุทยานเสด็จเข้าจำพรรษา ณ ดาวดึงส์เทวโลก ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์สามล้านเจ็ดแสน นี้เป็นอภิสมัยครั้งที่ ๒. ครั้งพระ สุชาตทศพลเสด็จเข้าเฝ้าพระชนก ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์หกล้าน นี้เป็น อภิสมัยครั้งที่ ๓. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า ในมัณฑกัปนั้นนั่นแล มีพระพุทธเจ้าพระนามว่า สุชาตะ ผู้นำ มีพระหนุดังคางราชสีห์ มีพระศอดังโค อุสภะ มีพระคุณหาประมาณมิได้ เข้าเฝ้าได้ยาก. พระสัมพุทธเจ้า รุ่งเรืองด้วยพระสิริ ย่อมงาม สง่าทุกเมื่อ เหมือนดวงจันทร์หมดจดไร้มลทิน เหมือน ดวงอาทิตย์ ส่องแสงแรงร้อน ฉะนั้น. พระสัมพุทธเจ้า บรรลุพระโพธิญาณอันสูงสุด สิ้นเชิงแล้ว ทรงประกาศพระธรรมจักร ณ กรุง สุมงคล. เมื่อพระสุชาตพุทธเจ้า ผู้นำโลก ทรงแสดง ธรรมอันประเสริฐ สัตว์แปดสิบโกฏิตรัสรู้ ในการ แสดงธรรมครั้งที่ ๑. ครั้งพระสุชาตพุทธเจ้า ผู้มีบริวารยศหาประมาณ มิได้ เสด็จเข้าจำพรรษา ณ เทวโลก อภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์สามล้านเจ็ดแสน. ครั้งพระสุชาตพุทธเจ้า ผู้เสมอด้วย พระพุทธเจ้า ผู้ไม่มีผู้เสมอ เข้าไปโปรดพระชนก อภิสมัยครั้งที่ ๓. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตตฺเถว มณฺฑกปฺปมฺหิ ความว่า ในมัณฑกัปใด พระผู้มีพระภาคเจ้า สุเมธะ ทรงอุบัติแล้ว ในกัปนั้นนั่น แหละ แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าสุชาตะก็อุบัติแล้ว. บทว่า สีหหนุ ได้แก่ ชื่อว่า สีหหนุ เพราะพระหนุของพระองค์เหมือนคางราชสีห์ ก็ราชสีห์ คางล่างเท่านั้น เต็ม คางบนไม่เต็ม. ส่วนพระมหาบุรุษนั้น เต็มทั้งสองพระหนุเหมือนคาง ล่างของราชสีห์ จึงเป็นเสมือนดวงจันทร์ ๑๒ คา ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า สีหหนุ. บทว่า อุสภกฺขนฺโธ ได้แก่มีพระศอเสมอ อิ่ม กลม เหมือนโค อุสภะ อธิบายว่า มีลำพระศอเสมือนกลองทองกลมกลึง. บทว่า สตรํสีว แปลว่า เหมือนควงอาทิตย์. บทว่า สิริยา ได้แก่ ด้วยพระพุทธสิริ. บทว่า โพธิมุตฺตมํ ได้แก่ พระสัมโพธิญาณอันสูงสุด.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ