เล่มที่ 73

ส่วนที่ 383

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 383 อ้างอิง: Book 73, Section 383 ประเภท: section


เนื้อหา

ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า สมัยนั้น เราเป็นราชสีห์เจ้ามฤค ได้เห็นพระ- ชินพุทธเจ้า ผู้เพิ่มพูนความสงัดอยู่ในป่าใหญ่. เราใช้เศียรเกล้าบังคมพระบาท ทำประทักษิณ พระองค์ บันลือสีหนาท ๓ ครั้ง เฝ้าพระชินพุทธเจ้า ๗ วัน. ๗ วัน พระตถาคตก็ทรงออกจากนิโรธ ทรง ดำริด้วยพระหฤทัย นำภิกษุมานับโกฏิ. แม้ครั้งนั้น พระมหาวีระพระองค์นั้น ก็ทรง พยากรณ์เราท่ามกลางภิกษุเหล่านั้นว่า ผู้นี้จักเป็นพระ- พุทธเจ้า ในกัปที่หาประมาณมิได้ นับแต่กัปนี้ไป. พระตถาคตตั้งความเพียร ฯ ล ฯ จักอยู่ต่อหน้า ของท่านผู้นี้. เราฟังพระดำรัสของพระองค์แล้ว ก็ยิ่งเลื่อมใส อธิษฐานข้อวัตรยิ่งยวดขึ้นไป เพื่อบำเพ็ญบารมีให้ บริบูรณ์. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปวิเวกมนุพฺรูหนฺตํ ได้แก่ ทรงเข้า นิโรธสมาบัติ. บทว่า ปทกฺขิณํ ได้แก่ ทำประทักษิณ ๓ ครั้ง. บทว่า อภินาทิตฺวา ได้แก่ บันลือสีหนาท ๓ ครั้ง. บทว่า อุปฏฺ€หํ แปลว่า บำรุง. อีกอย่างหนึ่ง ปาฐะก็อย่างนี้เหมือนกัน. บทว่า วรสมาปตฺติยา ได้แก่ ออกจากนิโรธสมาบัติ. บทว่า มนสา จินฺตยิตฺวาน ความว่า ทรงพระดำริ ทางพระหฤทัยว่า ภิกษุทั้งหมดจงมาที่นี้. บทว่า สมานยิ แปลว่า นำมา แล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้า ปทุมะ พระองค์นั้น ทรงมีพระนคร ชื่อว่า จัมปกะ พระชนกพระนามว่า พระเจ้าอสมะ พระชนนีพระนามว่า พระ- นางอสมา คู่พระอัครสาวกชื่อว่า พระสาละ และ พระอุปสาละ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ