เล่มที่ 73
ส่วนที่ 377
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 377 อ้างอิง: Book 73, Section 377 ประเภท: section
เนื้อหา
พระปทุมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทั้งพระสาวก ยัง เวไนยสัตว์ ผู้มีอินทรีย์แก่กล้าแล้วให้ตรัสรู้ไม่เหลือ เลย ส่วนที่เหลือ ก็ทรงพร่ำสอน แล้วก็ดับขันธ- ปรินิพพาน. พระองค์ทรงละสังขารทุกอย่าง เหมือนงูลอก คราบ เหมือนต้นไม้สลัดใบเก่า แล้วก็ดับขันธ- ปรินิพพาน เหมือนดวงไฟ ฉะนั้น. พระปทุมศาสดา พระชินะผู้ประเสริฐ ดับขันธ- ปรินิพพาน ณ พระวิหาร ธัมมาราม พระบรมสารี- ริกธาตุ ก็แผ่กระจายไปเป็นส่วนๆ ณ ประเทศนั้น ๆ. พรรณนาวงศ์พระปทุมพุทธเจ้าที่ ๘ ต่อจากสมัยของพระผู้มีพระภาคเจ้าอโนมทัสสี มนุษย์ทั้งหลายมีอายุ แสนปีแล้วลดลงโดยลำดับจนมีอายุ ๑๐ ปี แล้วเพิ่มขึ้นโดยลำดับอีก จนมี อายุแสนปี. ครั้งนั้น พระศาสดาพระนามว่า ปทุม ทรงอุบัติขึ้นในโลก. แม้ พระศาสดาพระองค์นั้น ก็ทรงบำเพ็ญบารมี บังเกิดขึ้นสวรรค์ชั้นดุสิต จุติจาก นั้นแล้ว ก็ถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของ พระนางอสมา ผู้ที่ไม่มีผู้เสมอด้วย พระรูปเป็นต้น อัครมเหสีในราชสกุลของ พระเจ้าอสมราช กรุงจัมปกะ. ครบกำหนดทศมาแล้ว พระองค์ก็ประสูติจากพระครรภ์ของพระชนนี ณ จัมปกะราชอุทยาน. เมื่อพระกุมารสมภพ ฝนปทุมหล่นจากอากาศตกลงที่ท้าย มหาสมุทรทั่วชมพูทวีป. ด้วยเหตุนั้น ในวันขนานพระนามพระกุมารนั้น พวกโหรและเหล่าพระประยูรญาติ จึงขนานพระนามว่า มหาปทุมกุมาร พระองค์ทรงครองฆราวาสวิสัยอยู่หมื่นปี ทรงมีปราสาท ๓ หลัง ชื่อว่านันทุตตระ วสุตตระ และยสุตตระ. ปรากฏ พระสนมนารีสามหมื่นสานพันนาง มีพระนาง อุตตราเทวีเป็นประมุข.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ